posttoday
เปิดโพยส่งออกม.ค. สินค้าอุตสาหกรรมดิ่งหนัก8.5%

เปิดโพยส่งออกม.ค. สินค้าอุตสาหกรรมดิ่งหนัก8.5%

26 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

เริ่มต้นปีได้ไม่ค่อยดีนัก เมื่อกระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกในเดือน ม.ค. 2559 ว่าติดลบ 8.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 15,711 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี 2 เดือน นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2554 ที่มูลค่าการส่งออกของไทยลดลงเหลือ 15,415 ล้านเหรียญสหรัฐ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงปลายปี 2554

“สาเหตุที่มูลค่าการส่งออกในเดือน ม.ค. 2559 ลดลง เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัวและราคาน้ำมันดิบตลาดโลกตกต่ำ ในขณะที่การค้าโลกผันผวน และจะสังเกตได้ว่าขณะนี้จีดีพีโลกขยายตัวมากกว่าการขยายตัวของการค้าโลก ต่างจากในอดีตที่การค้าโลกจะขยายตัวมากกว่าการขยายตัวของจีดีพีโลกเสมอ” สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกไทยในเดือน ม.ค. 2559 พบว่า สถานการณ์การส่งออกสินค้าหลายรายการมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนคิดเป็นเกือบ 80% ของมูลค่าการส่งออกรวม ติดลบสูงถึง 8.5% จากตัวเลขทั้งปี 2558 ที่ติดลบ 4% เทียบกับปี 2557 โดยมูลค่าการส่งออกลดลงจาก 13,663 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ม.ค. 2558 เหลือ 12,495 หมื่นล้านเหรียญ ในเดือน ม.ค. 2559 

ทั้งนี้ หากพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเป็นรายสินค้า จะพบว่า ในเดือน ม.ค. 2559 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหลักส่วนใหญ่มูลค่าติดลบทุกตัว ยกเว้นกลุ่มยานพาหนะ อุปกรณ์และชิ้นส่วนประกอบ ที่ยังขยายตัวได้เล็กน้อยที่ 0.4% โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2,407 ล้านเหรียญสหรัฐ และกลุ่มเครื่องจักรกลและส่วนประกอบที่ขยายตัวได้ 3% โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 534 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมที่มูลค่าการส่งออกติดลบ อาทิ กลุ่มเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าการส่งออก อยู่ที่ 2,569 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าการส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าอยู่ที่ 554 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 8.4% เช่นเดียวกับมูลค่าการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อยู่ที่ 1,134 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 7.3% แต่หากพิจารณาเฉพาะชิ้นส่วนประกอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พบว่า อุปกรณ์ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์มีมูลค่าการส่งออก 595 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวได้ 51.6%

ด้านกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า พบว่า มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1,676 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบมีมูลค่าการส่งออก 215 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 29.2% และเครื่องใช้
ไฟฟ้าอื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 1,045 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 9.7% มีเพียงเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ที่ขยายตัวได้ 5% โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 416 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญอื่นๆ พบว่า กลุ่มเม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติกมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 847 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 13% กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 710 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 26.9% กลุ่มน้ำมันสำเร็จรูปมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 381 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 42% กลุ่มวัสดุก่อสร้างมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 583 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 13% กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 432 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 21.5% กลุ่มสิ่งทอมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 501 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 11.8% และกลุ่มเคมีภัณฑ์มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 474 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 16.8% เป็นต้น

ส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่มีสัดส่วนคิดเป็น 15% ของมูลค่าการส่งออกรวม ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก แม้ว่าจะกระเตื้องขึ้นจากทั้งปี 2558 ที่การส่งออกติดลบ 13% โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรลดลงจาก 2,562 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ม.ค. 2558 เหลือ 2,456 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ม.ค. 2559 หรือติดลบ 4.1%

โดยในเดือน ม.ค. 2559 มูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารอยู่ที่ 1,282 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าการส่งออกยางพาราอยู่ที่ 317 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 25.7% มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอยู่ที่ 241 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 19.6% แต่การส่งออกข้าวมีมูลค่า 433 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 30% และการส่งออกน้ำตาลมีมูลค่า 183 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 25.8%

จากสถานการณ์การส่งออกไทยที่คาดว่าจะอยู่ในภาวะย่ำแย่ไปจนถึงกลางปีนี้ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่เอื้ออำนวย ต้องติดตามว่าภาคธุรกิจการส่งออกจะปรับตัวกันอย่างไร

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน