
อาสาประชารัฐ
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2559 มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยกับโครงการประชารัฐ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเปิดงานด้วยตัวเองที่เมืองทองธานี ท่ามกลางสมาชิกกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศมาล้นฮอลล์เกินกว่าหมื่นคน
ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษอย่างเป็นกันเอง โดยให้ความสำคัญกับโครงการประชารัฐมากขนาดประกาศให้ทุกคนจดจำวันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์และถือว่าวันที่ 19 ก.พ. เป็นวันเกิดของประชารัฐเลยทีเดียว ในงานนอกจากจะมีตัวแทนชาวบ้านจากหมู่บ้านทั่วประเทศกว่า 7 หมื่นหมู่บ้านแล้ว ยังมีการนำผลงานหรือโครงการเด็ดๆ ที่เข้าข่ายจะขอรับเงินอุดหนุนหมู่บ้านละ 5 แสนบาท จากรัฐบาลมาโชว์ศักยภาพ
ความน่าสนใจอยู่ตรงนี้ รัฐบาลทุ่มทุนมากถึง 3.5 หมื่นล้านบาท ใส่ให้หมู่บ้านละ 5 แสนบาท โดยแต่ละหมู่บ้านไปดำเนินกระบวนการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อคัดเลือกโครงการเด่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับชุมชน แล้วใช้เงินก้อนนี้เป็นทุนขับเคลื่อนให้เกิดดอกออกผล นั่นแปลว่าเร็วๆ นี้จะเกิดโครงการสารพัดอย่างมากกว่า 7 หมื่นชนิดผุดขึ้นทั่วประเทศ ในหมวดผลิตภัณฑ์สินค้าจากชุมชนพบว่ามีของดี เด่น ดัง มากมายที่ซุกซ่อนอยู่ในชุมชนห่างไกล ที่คนเมืองไม่ค่อยมีโอกาสไปซื้อหาอุดหนุน
ต้องมีพื้นที่ เวที หรือช่องทางที่นำเอาผลิตภัณฑ์สินค้าเหล่านั้นออกสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อให้ได้ รัฐบาลลงทุนให้ชาวบ้านทำ ชาวบ้านเก่งผลิตแต่ไม่เก่งด้านตลาด ของดีของเด่นทำมาแล้วขายไม่ได้ก็จะยอกย้อนขาดทุนเสียหายในที่สุด เงินที่ทุ่มไปหลายหมื่นล้านบาทก็จะสะดุดหยุดลงอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นปัจจัยความสำเร็จจึงอยู่ที่การช่วยเหลือด้านการตลาดให้กับชุมชนอย่างจริงจังและ
ต่อเนื่อง
ผมดีใจที่มีบางหน่วยงานขยับตัวมาช่วยประชารัฐแล้ว เช่น ปตท.พี่ใหญ่ในวงการพลังงานยอมให้เปิดประชารัฐสุขใจช็อป 148 ปั๊มทั่วประเทศ ซึ่งจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ ใช้ปั๊มที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการวันละหลายหมื่นคนเป็นจุดขายสินค้าให้ชุมชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
หน่วยงานอื่นน่าจะตื่นตัวและเสนอตัวช่วยรัฐบาลด้วยนะครับ โดยเฉพาะเอกชนขนาดใหญ่ก็น่าจะใช้โอกาสนี้เป็นอาสาประชารัฐมาช่วยกันบ้าง ไม่ว่าขาใหญ่ในสภาอุตสาหกรรม ห้างใหญ่ๆ ในสภาหอการค้า โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ จะเลือกชุมชนที่ท่านทำมาหากินในพื้นที่นั้นก็ได้ จะแบ่งปันพื้นที่เล็กๆ เหมือน ปตท.ก็จะเพิ่มโอกาสให้กับสินค้าชุมชนอยู่รอด หรือรายใหญ่จะอุดหนุนสั่งซื้อสินค้าจากชุมชนไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตของโรงงานท่านก็ได้เช่นกัน
ส่วนเอกชนที่เก่งเรื่องโลกไซเบอร์ กระแสมาทางนี้ท่านก็สามารถเสนอตัวเข้ามาช่วยเป็นช่องทางจัดจำหน่ายได้เช่นกัน อาสาประชารัฐช่องทางนี้ยังไม่มีใครเสนอตัว มาก่อนได้ใจก่อน จับกระแสให้ดี เข้าให้ถูกช่องทาง รับประกันว่าคุ้มค่ากับชื่อเสียงภาพลักษณ์องค์กรของท่านอย่างแน่นอนครับ







