
ขีดเส้น15วันยื่นขอทำประมง
รัฐเปิดเรือประมงพาณิชย์ยื่นขออนุญาตทำประมงก่อนจับสัตว์น้ำ 1-15 มี.ค.นี้ หากฝ่าฝืนโทษหนัก
รัฐเปิดเรือประมงพาณิชย์ยื่นขออนุญาตทำประมงก่อนจับสัตว์น้ำ 1-15 มี.ค.นี้ หากฝ่าฝืนโทษหนัก
นายวิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงเตรียมออกประกาศให้เรือประมงพาณิชย์ที่ต้องการทำประมงต้องยื่นใบคำขอรับอนุญาตทำการประมงที่ประมงอำเภอในพื้นที่ชายฝั่งทั่วประเทศในช่วงวันที่ 1-15 มี.ค.นี้ และหากทำประมงโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ในมาตรา 129 แห่ง พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 คือ ปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท สูงสุด 30 ล้านบาท หรือปรับ 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า รวมทั้งจะมีโทษทางปกครอง เช่น ถูกยึดเรือ เครื่องมือประมงไปจนถึงเพิกถอนใบอนุญาต เป็นต้น
"เรือประมงพาณิชย์ทุกลำที่จะทำประมงจะต้องมายื่นคำขอทำประมง ซึ่งกรมจะตรวจสอบเอกสารและออกใบอนุญาตพร้อมรหัสให้ภายในวันที่ 31 มี.ค. และจะให้เริ่มทำประมงได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป ขณะที่ใบอนุญาตดังกล่าวจะมีอายุ 2 ปี โดยในปี 2559 จะอนุญาตให้เรืออวนลากทำประมงได้ 250 วัน/ปี ตามฐานทรัพยากรที่มีอยู่" นายวิมล กล่าว
สำหรับปริมาณการจับสัตว์น้ำในปี 2559 แบ่งเป็นฝั่งอ่าวไทยจับสัตว์น้ำได้สูงสุด 1.475 ล้านตัน เป็นปลาผิวดิน 7.1 แสนตัน ปลาผิวน้ำ 2.3 แสนตัน ปลา กระตัก 1.7 แสนตัน และอื่นๆ 3.65 แสนตัน ส่วนฝั่งอันดามันสูงสุด 1.61 ล้านตัน เป็นปลาผิวดิน 2.1 แสนตัน ปลาผิวน้ำ 1.1 หมื่นตัน ปลากระตัก 2.9 หมื่นตัน และอื่นๆ 1.36 ล้านตัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเรือที่มาจดทะเบียนกับกรมเจ้าท่า 13,309 ลำ และเรือขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไปที่ติดเครื่องติดตามเรือ (วีเอ็มเอส) 4,490 ลำ โดยเรือที่ได้รับอนุญาตให้ทำประมงจะได้รับรหัสประจำเรือ คือ ฝั่งอ่าวไทยจะขึ้นต้นด้วยตัว T และฝั่งอันดามันขึ้นต้นด้วยตัว A
นายวิมล กล่าวถึงความชัดเจนกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) จะปรับสถานะการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ที่ปัจจุบันไทยได้ ใบเหลืองว่า ยังไม่ชัดเจนว่าอียูจะปรับสถานะไทยในเดือน มี.ค.นี้หรือไม่ และในเร็วๆ นี้หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยจะเข้าชี้แจงความคืบหน้ากับอียู ที่กรุงบรัสเซลส์







