posttoday
มีจังหวะลงทุนต่างประเทศ

มีจังหวะลงทุนต่างประเทศ

19 กุมภาพันธ์ 2559

ผมเชื่อว่าจะเป็นปีที่ความผันผวนมากเหลือเกินและน่าจะผันผวนไปอย่างนี้ทั้งปี

โดย...หมอนัด

ผมเชื่อว่าจะเป็นปีที่ความผันผวนมากเหลือเกินและน่าจะผันผวนไปอย่างนี้ทั้งปี โดยหลังจากปีใหม่มาก็ได้รับการต้อนรับจากตลาดหุ้นจีนที่แดงติดต่อกันหลายสัปดาห์อย่างไม่เกรงใจนักลงทุนตาดำๆ อย่างพวกเรา และยังต่อเนื่องด้วยปีใหม่จีนที่ตลาดหุ้นในยุโรปเองก็ออกอาการไม่ดี เพราะว่าธนาคารยักษ์ใหญ่มีแนวโน้มที่จะชำระหนี้ไม่ไหว จนหลายคนก็กลัวว่าจะเกิดวิกฤตขึ้นอีกครั้ง

ปัจจัยสำคัญก็มีหลายประการ คือ การที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศต่างๆ ที่ส่งออกน้ำมันต้องปวดหัวกันไปตามๆ กัน และประเทศจีนเองก็เน้นการบริโภค ปฏิรูปเศรษฐกิจไปจากประเทศที่เน้นการผลิต ซึ่งแน่นอนว่าผลกระทบนั้นมากพอสมควร และไหนจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ลดดอกเบี้ย เรียกได้ว่าวุ่นวายกันไปทั้งโลก

นักลงทุนส่วนใหญ่จึงย้ายสินทรัพย์การลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่มีความเสี่ยงน้อยลง ไม่ได้ปรับเปลี่ยนการลงทุนจากประเทศหรือภูมิภาคเพียงอย่างเดียว เช่น แทนที่จะย้ายการลงทุนในหุ้นสหรัฐไปลงทุนที่หุ้นยุโรปอย่างที่เคยทำเพื่อรักษาผลตอบแทนให้ดี แต่พอเห็นว่าหุ้นยุโรปก็เสี่ยงก็ปรับไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าจึงทำให้ตลาดหุ้น
ทั่วโลกปรับตัวลดลงเกือบทั้งหมด

ซึ่งถ้าเรามองเศรษฐกิจในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันทางนโยบาย และแนวทางการดำเนินเศรษฐกิจจะพบว่าจริงๆ แล้ว ในเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว แต่อาจจะกินเวลาหลายเดือน จึงน่าจะเป็นโอกาสลงทุนของนักลงทุน เนื่องจากราคาของตลาดหุ้นแต่ละที่เริ่มปรับตัวลงจนถึงจุดที่น่าสนใจ ถ้าความเสี่ยงต่างๆ เริ่มลดลง นักลงทุนก็จะเริ่มกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งครับ

ดังนั้น เรามาเตรียมตัวกันดีกว่าครับว่าจะเลือกกองทุนต่างประเทศอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ เพราะว่าการลงทุนในแต่ละประเทศหรือภูมิภาคก็มีความจำเพาะหรือลักษณะพิเศษ และน่าจะเป็นจุดน่าสนใจในการตัดสินใจลงทุน

ถ้าต้องการลงทุนกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมแนะนำว่าให้ลองมองหากองทุนประเภท Passive Fund ไว้ก่อนจะดีกว่า เนื่องจากว่ากลุ่มประเทศที่ตลาดทุนได้มีการพัฒนาไปมากแล้ว มีหุ้นและผู้เล่นที่หลากหลาย ทุกคนมีความรู้ความสามารถพอๆ กันในการลงทุน หรือตลาดค่อนข้างที่จะมีประสิทธิภาพ จะทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะสร้างพอร์ตการลงทุนที่จะสามารถเอาชนะตลาดได้ในระยะยาว และจากประสบการณ์กองทุนแบบ Active นั้น จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี เอาชนะ Passive Fund ได้ แต่จะเป็นแค่ระยะสั้นเท่านั้น ระยะยาวๆ แล้ว ผมเองยังคงเห็น Passive Fund ทำผลตอบแทนได้ดีกว่าครับ แถมค่าธรรมเนียมเองก็ถูกด้วย

แต่ก็มีข้อยกเว้นเช่นเดียวกัน อย่างในกลุ่มประเทศยูโรโซนนั้น ยังคงมีอีกหลายประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ตลาดทุนของแต่ละประเทศก็มีลักษณะเฉพาะ ทำให้มีผลต่อการเลือกกลยุทธ์ลงทุนที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น หากใครลงทุนในกลุ่มประเทศยุโรปแล้วละก็ ผมแนะนำว่าให้เลือกกองทุนแบบ Active Fund น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

แน่นอนว่ากลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ระบบของตลาดทุนยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ต้องมีการพัฒนาและมีระบบการจัดการลงทุนที่ดี ดังนั้นผมคิดว่ากองทุนแบบ Active Fund ยังน่าสนใจครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ไทย และอินเดีย กองทุน Active ก็ยังน่าสนใจ เพื่อเพิ่มผลตอบแทน

ถัดมาค่าธรรมเนียม เนื่องจากกองทุนมีค่าบริหารจัดการเวลาไปลงทุนต่างประเทศถึง 2 ต่อ คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการของกองทุน Master Fund ที่ บลจ.ของไทยไปลงทุนและค่าธรรมเนียมการจัดการของ บลจ.ในไทย

ระยะเวลาการซื้อ-ขาย ของกองทุนก็สำคัญ เพราะเวลาเปิดตลาดหุ้นของแต่ละประเทศไม่ตรงกัน ถ้าเราไม่ทราบเวลาซื้อกองทุนก็อาจจะมีความคลาดเคลื่อนของหน่วยลงทุน และไม่เป็นไปตามราคาที่เราคาดหวังว่าจะได้นั่นเองครับ แถมตอนขายบางกองทุนก็ต้องรอถึง 4-5 วันทำการ เพื่อที่จะได้รับเงินสดโอนกลับมาจากกองทุน

ค่าเงินเองก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ครับ เนื่องจากมีผลต่อผลตอบแทนการลงทุน บางคนที่ได้กำไรจากการลงทุนในกองทุน แต่เมื่อแปลงเป็นค่าเงินกลับมาในจังหวะที่ค่าเงินเราแข็งค่าขึ้นพอดีก็อาจทำให้เราขาดทุนจากค่าเงินและได้ผลตอบแทนที่น้อยลง ดังนั้นนักลงทุนมือใหม่ควรเลือกกองทุนที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินไว้

สุดท้ายนี้ ผมมักจะเห็นคนส่วนใหญ่ที่ซื้อกองทุนตามคำแนะนำของกูรูหรือ บลจ.ต่างๆ โดยไม่ได้ดูว่าเราซื้อกองทุนเยอะเกินความจำเป็นหรือไม่ ส่วนใหญ่จะซื้อเยอะเกินกว่าที่จะดูแลได้และติดตามข่าวสารได้ทันหรือบางคนไม่เข้าใจด้วยว่า กองทุนที่ถืออยู่ลงทุนอะไรบ้าง ดังนั้นการลงทุนในกองทุนต่างประเทศไม่ควรซื้อเยอะเกินเพียง เพราะผลตอบแทนย้อนหลังดีเพียงอย่างเดียว และทุ่มลงทุนกับกองทุนนั้น โดยผมอยากจะให้นักลงทุนเข้าใจกับสินทรัพย์ที่จะลงทุน และมีการวางแผนการกระจายพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ อย่างเหมาะสมครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท