posttoday
ไม่ผิดอะไรหากเป็นหนี้...แต่ต้องผ่อนไหวและผ่อนเร็ว

ไม่ผิดอะไรหากเป็นหนี้...แต่ต้องผ่อนไหวและผ่อนเร็ว

17 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์

โดย...ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์

โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกขัดใจทุกครั้งเมื่อได้ยินคนกำลังอธิบายว่า หนี้สินส่วนบุคคลสามารถแบ่งเป็น “หนี้ดีและหนี้ไม่ดี” สำหรับผมแล้วคำว่าหนี้ดี คือหนี้ที่ทำให้สถานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งควรใช้กับการทำธุรกิจมากกว่า เนื่องจากโดยทั่วไปกิจการมักสร้างกำไรได้มากกว่าต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ เป็นผลให้การก่อหนี้ในระดับพอเหมาะคือ 1 ถึง 2 เท่าของเงินทุน (Debt-to-Equity Ratio) จะช่วยให้ขยายกิจการได้ง่ายกว่าการใช้เงินสะสมของผู้ประกอบการแต่เพียงอย่างเดียว

สำหรับบุคคลธรรมดาที่ต้องเป็นหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะชิ้นเล็กอย่างซื้อของใช้ส่วนตัวไปจนถึงชิ้นใหญ่อย่างซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยก็ตาม การ “เป็นหนี้” ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อสถานะการเงิน ด้วยเหตุที่เราต้องเจียดรายได้ของเราเพื่อไปจ่ายชำระคืนดอกเบี้ยซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน นอกจากนี้ที่ผ่านมายังไม่เคยเจอลูกหนี้คนไหนบอกอย่างภูมิใจว่าจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น หรือถูกทวงหนี้บ่อยขึ้นแล้วจะมีความสุขมากขึ้น

อย่างไรก็ดี การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป เพราะในบางสถานการณ์ก็จำเป็นต้องก่อหนี้ เช่น การซื้อบ้านหรือรถยนต์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เนื่องจากการจะเก็บเงินให้ครบทั้งจำนวนนั้นกินเวลามากเกินไป หรือการจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือบรรเทาความเดือดร้อน ดังนั้นหัวใจของการเป็นหนี้คือ เป็นหนี้เท่าที่จำเป็นและเมื่อเป็นหนี้แล้วก็ขวนขวายหาทางปลดหนี้ให้หมดเร็วๆ

พร้อมไหมหากคิดจะก่อหนี้

สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เมื่อเป็นหนี้คือต้องชำระหนี้ หากไม่อยากปวดหัวกับภาระการเงินเหล่านี้ ก็ต้องมั่นใจก่อนว่ากู้แล้วจะผ่อนไหว โดยทั่วไปสถาบันการเงินผู้ปล่อยกู้มักกำหนดเกณฑ์ที่เรียกว่า “ความสามารถในการผ่อนชำระคืนหนี้” โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ถึง 60 ของรายได้ประจำ เช่น หากมีรายได้ต่อเดือน 3 หมื่นบาท ก็ไม่ควรมีภาระการผ่อนต่อเดือนเกิน 1.2 หมื่นบาท เป็นต้น สิ่งนี้ถือเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เรากู้หนี้สูงเกินตัวนั่นเอง

อย่างไรก็ดี K-Expert แนะนำเสมอว่า หากจะกู้แล้วผ่อนสบายใจ ก็ไม่ควรมีภาระเกินร้อยละ 30 ของรายได้ประจำ ที่เป็นเช่นนี้เพราะการกู้แต่ละครั้งไม่ได้มีแค่ภาระการผ่อน แต่จะมีค่าใช้จ่ายอื่นตามมาหลายรายการ เช่น ผู้ที่กู้เพื่อซื้อรถยนต์จะต้องเจอกับค่าซ่อมบำรุงและอะไหล่ ค่าประกันภัยรถยนต์ ค่าที่จอดรถและน้ำมัน ส่วนผู้ที่กู้เพื่อซื้อบ้านก็ต้องพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง ค่าส่วนกลางหากเป็นหมู่บ้านจัดสรร ค่าเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน รวมๆ แล้วเฉลี่ยหลายพันหรือหลายหมื่นบาทต่อเดือน หากนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้มานับรวมกับภาระการผ่อนแล้วก็อาจจะทำให้เงินตึงมือได้

ผ่อนไม่หมดก็ไม่รวย ผ่อนช้าก็รวยช้า

หนี้สินถือเป็นอุปสรรคสำคัญของการสร้างความร่ำรวย เพราะขณะที่กำลังเป็นหนี้อยู่นั้น เราต้องเจียดรายได้บางส่วนไปจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ แทนที่จะนำเงินส่วนนั้นไปเป็นการออมหรือลงทุน ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ สมมติว่าผู้กู้มีรายได้ต่อเดือนสัก 2.5 หมื่นบาท ได้ดำเนินการกู้เงิน 1 ล้านบาท เพื่อซื้อบ้าน ผู้กู้รายนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยในปีแรกประมาณ 5.9 หมื่นบาท หรือเฉลี่ย 4,900 บาท/เดือน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของรายได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เงินออมเราหายไปเดือนละ 20 เปอร์เซ็นต์นั่นเอง เยอะไหมครับ

วิธีจัดการหนี้บ้านที่ถูกต้องนั้นคือต้องเร่งผ่อน โดยเฉพาะในช่วงปีแรกๆ เพื่อให้ฐานการคำนวณดอกเบี้ยลดลงเร็วที่สุด หลายคนไม่ได้ตระหนักถึงกลไกการคำนวณดอกเบี้ยบ้านว่าเงินงวดในปีแรกๆ จะถูกดอกเบี้ยกินไปสักสองในสาม เหลืออีกหนึ่งในสามที่จะนำไปลดส่วนที่เป็นเงินต้น ทำให้สุดท้ายแล้วหากเราผ่อนตามเกณฑ์ขั้นต่ำไปตลอด จำนวนดอกเบี้ยรวมจะสูงถึงร้อยละ 65 ของยอดเงินกู้ในวันแรกเลยทีเดียว

หนี้จากบัตรเครดิตก็เป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้กัน สิ่งที่น่ากังวลในปัจจุบันคือบางคนมีทัศนคติชอบการผ่อน คือมองว่าจ่ายน้อยๆ จ่ายนานๆ (เป็นหนี้) ดีกว่าจ่ายก้อนใหญ่ (เพื่อชำระหนี้) ทำให้เกิดเป็นภาระดอกเบี้ยจ่ายในอัตราร้อยละ 20 ถึง 28 ต่อปีของยอดซื้อสินค้า ทัศนคตินี้มักมาร่วมกับพฤติกรรมใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ทำให้ก่อหนี้ใหม่เข้ามาในขณะที่หนี้เดิมก็ยังไม่หมด เกิดเป็นภาระดอกเบี้ยพอกพูนจนหมุนเงินไม่ไหวและสุดท้ายก็ติดกับดักหนี้สินไปในที่สุด

เห็นไหมครับว่า หากเราก่อหนี้โดยไม่คำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรือเลี้ยงหนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ยอมผ่อนให้หมดจะเป็นผลเสียกับอนาคตของตัวเองแค่ไหน สุดท้ายนี้ก็ต้องย้ำกันอีกครั้งว่าเป็นหนี้ไม่ได้ผิดอะไรครับ ตราบใดที่มีเหตุจำเป็นต้องก่อหนี้ เป็นหนี้เท่าที่ผ่อนไว และมีวินัยเร่งชำระหนี้ให้หมดโดยเร็วครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน