
คาดเดินเรือฟื้น’60
PSL มองธุรกิจชิปปิ้งฟื้นปี 2560 ปีนี้เดินหน้าลดค่าใช้จ่ายต่อ ดัชนีเดินเรือดิ่งต่อ ทำบริษัทดำเนินธุรกิจไม่ถึงจุดคุ้มทุน
PSL มองธุรกิจชิปปิ้งฟื้นปี 2560 ปีนี้เดินหน้าลดค่าใช้จ่ายต่อ ดัชนีเดินเรือดิ่งต่อ ทำบริษัทดำเนินธุรกิจไม่ถึงจุดคุ้มทุน
นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) เปิดเผยว่า ธุรกิจเดินเรือจะกลับมาฟื้นตัวได้ภายในปี 2560 เพราะน่าจะเป็นจุดที่ปริมาณเรือออกใหม่กับความต้องการใช้เรือในการขนส่งสินค้า (ดีมานด์) เริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุล ขณะที่ปัจจุบันปริมาณเรือออกใหม่ยังมีอยู่มาก และความต้องการก็ยังไม่ฟื้นตามภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากประเทศจีน ส่วนกรณีของดอยช์แบงก์มองว่าเป็นปัญหาเฉพาะจุด และไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่จะลุกลามส่งผลต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี 2559 ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปรับตัวต่ำสุดอย่างต่อเนื่องทำสถิติใหม่อีกครั้งที่ 295 จุด เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่่ำมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจไม่ได้เลวร้ายไปกว่านั้น ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทตอนนี้ไม่ถึงจุดคุ้มทุน โดยปกติระดับดัชนี BDI ที่ทำให้บริษัทมีจุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ 750-1,250 จุด หรือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันต่อลำจะต้องมากกว่า 4,600 เหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี สิ่งที่บริษัทจะเน้นทำในปีนี้ คือ เน้นการลดค่าใช้จ่ายและการบริหารงานมากขึ้นไปอีก เพราะเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้บริษัทเดินหน้าไปได้ จะให้ลดปริมาณการสั่งเรือต่อใหม่ก็ไม่ได้ เนื่องจากได้ทำสัญญาล่วงหน้าไปแล้ว แต่จะเป็นโอกาสดีที่มีรายได้กลับเข้ามา PSL ก็ต่อเมื่อบริษัทที่ผลิตเรือต่อใหม่ไม่สามารถส่งมอบเรือได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งตั้งแต่ต้นปีบริษัทได้ยกเลิกสัญญาต่อเรือใหม่ไปทั้งหมด 6 ลำ
ทั้งนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมเดินเรือจะเป็นช่วงขาลงอยู่ แต่บริษัทก็ยังยืนยันที่จะทำธุรกิจหลักที่ PSL มีความเชี่ยวชาญต่อไป เพราะมองว่าเป็นวงจรของธุรกิจ ซึ่งทุกคนก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม และจะไม่มองหาการทำธุรกิจใหม่ที่บริษัทไม่มีความเชี่ยวชาญเด็ดขาด เพราะมองว่าอาจจะสร้างปัญหาให้ธุรกิจมากกว่าการทำในสิ่งที่บริษัทถนัด
“ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่พยายามทำทุกอย่างให้ดี สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกที่ในอุตสาหกรรมเดินเรือต่างก็ยังได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า และบริษัทก็ไม่สามารถจะบอกได้ว่าผลประกอบการของบริษัทปีนี้จะกำไรหรือขาดทุน โดยรายได้เฉลี่ยต่อวันต่อลำปี 2558 อยู่ที่ 6,266 เหรียญสหรัฐ” นายคาลิด กล่าว
นายคาลิด กล่าวต่อว่า ปีนี้บริษัทจะมีจำนวนกองเรือทั้งหมด 45 ลำ และมีกำหนดรับเรือสั่งต่อใหม่ภายใน 1 ปีนี้อีก 11 ลำ และภายใน 2 ปี (2559-2560) มีแผนขายเรือเก่าอีก 11 ลำ
ด้าน PSL รายงานผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 4 ปี 2558 ที่ 1,513 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น หากไม่รวมกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน 5 ล้านบาท ขาดทุนจากการขายเรือ 279 ล้านบาท ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 841 ล้านบาท หนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 6 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 25 ล้านบาท ขาดทุนหลักไตรมาส 4/2558 จะอยู่ที่ 410 ล้านบาท ลดลงทั้งเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาส 3 ปี 2558 ในขณะที่ขาดทุนหลักเป็นไปตามคาด ขาดทุนสุทธินั้นต่ำกว่าที่คาดจากค่าใช้จ่ายพิเศษ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ปรับประมาณการผลขาดทุนปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 613 ล้านบาท จาก 432 ล้านบาท สะท้อนการปรับลดสมมติฐานอัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยลง 4% เป็น 7,516 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ ดังนั้นราคาเป้าหมายใหม่จะอยู่ที่ 6 บาท (จาก 9.75บาท) อ้างอิงจากราคาตามมูลค่าบัญชี (PBV) ที่ 0.6 เท่า ซึ่งเป็นมูลค่าซื้อขายหุ้นในช่วงที่วงจรธุรกิจตกต่ำ ทั้งนี้คาดว่าแนวโน้มตลาดเรือเทกองและผลประกอบการของบริษัทน่าจะยังออ่นตัวต่อเนื่องในปี 2559 จากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว







