posttoday
ธปท.การันตีแบงก์รัฐปึ้ก

ธปท.การันตีแบงก์รัฐปึ้ก

16 กุมภาพันธ์ 2559

ธปท.แย้มฐานะธนาคารรัฐยังดี ใช้มาตรฐานกำกับ สำรองหนี้และเงินกองทุน เหมือนธนาคารพาณิชย์ได้ 

ธปท.แย้มฐานะธนาคารรัฐยังดี ใช้มาตรฐานกำกับ สำรองหนี้และเงินกองทุน เหมือนธนาคารพาณิชย์ได้ 

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจาก ธปท.เข้าหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะเจ้าของที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การกำกับให้ชัดเจนและสอดคล้องกับบทบาทงานของธนาคารรัฐ ตามนโยบายพบว่า แบงก์รัฐยังมีฐานะดีและสามารถที่จะปฏิบัติด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับธนาคารพาณิชย์ได้

“การกำกับไม่ได้เข้มงวดจนปฏิบัติไม่ได้ แม้แต่ดูแลด้านความเสี่ยง ในเรื่องสำคัญก็ทำเหมือนธนาคารพาณิชย์ คือ ความเสี่ยงด้านเครดิต ปฏิบัติการ สภาพคล่อง การตลาด ด้านกฎหมายที่อาจจะเชื่อมโยงไปกับหน่วยงานผู้ดูแลอื่น เช่น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นต้น” นางทองอุไร กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ตามกฎหมายของธนาคารรัฐยังเกิน 8.5% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 11% ทุนโดยรวมจึงเพียงพอที่จะรองรับการดำเนินงานตามพันธกิจของรัฐบาลได้ ยกเว้นธนาคารรัฐ 2 แห่ง ที่อยู่ระหว่างฟื้นฟู ซึ่งเกณฑ์เงินกองทุนใช้เกณฑ์บาร์เซิล 2 ก็พอ ไม่จำเป็นต้องใช้เกณฑ์บาเซิล 3 ตามธนาคารพาณิชย์ก็ได้ เพราะดำเนินธุรกิจต่างกันไม่ได้มุ่งให้กู้ภาคธุรกิจเป็นสำคัญ

“การดูความเสี่ยง ธปท.จะให้ความสำคัญ 2 ด้านหลักมากเป็นพิเศษ คือ ความเสี่ยงเครดิตให้มีการวิเคราะห์การปล่อยกู้ที่ดีสอดคล้องกับธุรกรรมนั้นๆ และความเสี่ยงปฏิบัติการที่ต้องเน้นเรื่องธรรมาภิบาลด้วย ส่วนความเสี่ยงด้านสภาพคล่องก็ดูแค่ให้เงินที่รับมาเพียงพอกับที่จะจ่ายออกไป ถ้าสภาพคล่องขาดบ้างก็ต้องไม่นานเกิน 7 วัน และไม่ต้องทำตามเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องที่เป็นเงินสดหรือสินทรัพย์ ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย เพื่อรองรับกรณีวิกฤตที่เงินสดจะไหลออก (Liquidity Coverage Ratio : LCR) ให้เพียงพออย่างน้อย
30 วันเหมือนแบงก์พาณิชย์” นางทองอุไร กล่าว

ด้านแหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ประมาณ 24-25 เรื่อง ร่วมกับทาง สศค.และ สคร.เพื่อกำหนดรายละเอียดของหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลแบงก์รัฐให้ชัดเจนว่าอะไร ผ่อนผันได้ อะไรผ่อนเกณฑ์ไม่ได้ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือรับฟังความเห็นระหว่างกัน

สำหรับ 2 แบงก์รัฐที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูเนื่องจากมีเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ คือ ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์)

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน