
‘ช่องจอม’ เงินสะพัดหลังเออีซี ฟื้นแนวคิดเขตศก.พิเศษกาบเชิง
โดย...นพรัตน์ กิ่งแก้ว
โดย...นพรัตน์ กิ่งแก้ว
หลังการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ผ่านมาเพียงเดือนเศษ เมืองชายแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก็เห็นผลจากการที่ชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดชายแดนช่องจอมกันมากขึ้น
เกรียงศักดิ์ ปาลีคุปต์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า 1 เดือนหลังเปิดเออีซี ผู้ประกอบการรายใหญ่และขนาดกลางได้รับผลประโยชน์ มีสภาพเศรษฐกิจและมีเงินหมุนที่ดีขึ้น ชาวกัมพูชาได้เข้ามา
จับจ่ายใช้สอยภายใน จ.สุรินทร์ กันมากขึ้น
“เศรษฐกิจในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ได้รับอานิสงส์จากกัมพูชา เช่น การเข้ามารักษาพยาบาล โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนก็จะคึกคักขึ้น ด้านการท่องเที่ยวก็จะเข้ามา ค้าปลีกและค้าส่งจะมีเงินหมุนเวียน รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ไฟฟ้า ยานยนต์ ก็ถือว่าได้รับผลประโยชน์”
ความคึกคักของเศรษฐกิจชายแดนช่องจอมหลังการเปิดเออีซี ทำให้แนวคิดการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.สุรินทร์ มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ภาครัฐและเอกชนใน จ.สุรินทร์ ผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่คืบหน้า
สุพจน์ ภัทรไพศาลสิน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีปัญหาแรงงานแต่ขณะนี้แรงงานชาวกัมพูชาสามารถเข้าออกได้อยู่แล้ว ในระยะเวลา 3 เดือน หรือ 90 วัน เกิดประโยชน์ให้กับ
ผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
“รัฐบาลควรจะสนับสนุนให้พื้นที่ อ.กาบเชิง เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เชื่อว่าถ้ามีการปรับปรุงและบริหารจัดการดีๆ ผู้ประกอบการจะมาใช้พื้นที่ จ.สุรินทร์ เป็นฐานประกอบการ เพราะว่าเราสามารถใช้คนสุรินทร์ในพื้นที่สื่อสารกับแรงงานชาวกัมพูชาได้ง่ายมากกว่าการที่จะเอาแรงงานกัมพูชาไปอยู่จังหวัดอื่น และสื่อภาษาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง”
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า อยากให้ผู้ประกอบการเรียนรู้กฎหมายแรงงาน จะได้รู้ว่ารัฐบาล คสช.อนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวได้ โดยที่ไม่ผิดเงื่อนไข และไม่ผิดกฎหมาย เพียงทำมันให้ถูกต้อง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการจังหวัดข้างเคียงมาใช้พื้นที่ จ.สุรินทร์ สร้างฐานการผลิต
“ถ้า จ.สุรินทร์ มีฐานการผลิตที่ใหญ่ขึ้น คนใช้จ่ายที่ จ.สุรินทร์ ก็จะมากขึ้น อย่าไปกังวลเรื่องปัญหาความมั่นคง หลังเปิดเออีซีจะไม่เกิดปัญหาอีกแล้ว เพราะชาวกัมพูชาและชาวสุรินทร์พูดภาษากันรู้เรื่อง ความเชื่อ ประเพณี รสนิยมก็คล้ายกันรับกันได้อยู่แล้ว”
ต้องรอดูกันว่าหลังการเปิดเออีซี มูลค่าการค้าชายแดนด่านช่องจอมจากปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท จะขยายตัวขึ้นไปแค่ไหน และหลังจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 อีก 6 พื้นที่ ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้วในปี 2559 นี้ รัฐบาลจะมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนในระยะต่อไปอย่างไร ความหวังของคนสุรินทร์ที่จะเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจะเป็นจริงหรือไม่







