
โลกป่วนกดดันเฟด
เยลเลนแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส ท่ามกลางตลาดทุน-เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณใกล้วิกฤต
เยลเลนแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส ท่ามกลางตลาดทุน-เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณใกล้วิกฤต
เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้าแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสในวันที่ 11 ก.พ. ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์และเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณคล้ายกับวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลดลงไปในช่วงวันที่ 8-9 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเฟดต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
นับตั้งแต่ต้นปี 2016 นี้มา ภายหลังจากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกจากดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์เป็น 0.25-0.5% เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นก็ประสบความผันผวนมาโดยตลอด โดยดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐปรับตัวลงไปแล้ว 8.1% ในขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลงไปแล้ว 9.4% ตลอดปี 2016 ที่ผ่านมา
ซองวอนซอน ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียสเตท คาดการณ์ว่า เยลเลนจะยังคงเปิดกว้างต่อการอัตราการขึ้นดอกเบี้ย ถ้าหากตลาดมีเสถียรภาพและเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วน คาดการณ์ว่า เยลเลนจะแสดงความกังวลต่อความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดทุน ราคาน้ำมันถูก และการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองผู้ว่าการเฟดระบุเมื่อสัปดาห์ก่อน
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นักลงทุนต่างวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นปรับตัวติดลบเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาทองคำยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขึ้นไปแตะ 1,200.97 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา สูงสุดในรอบ 7 เดือน







