
บจ.เสนอวิธีแก้ผู้บริหารไร้ซีจี
บงกชรัตน์-ประลองยุทธ
บงกชรัตน์-ประลองยุทธ
หลังเกิดกรณีตัวอย่างที่สะเทือนไปทั้งวงการตลาดทุน กรรมการบริหารจำนวน 3 คนของ บริษัท ซีพีออลล์ (CPALL) มีการใช้ข้อมูลภายในบริษัทมาซื้อหุ้นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว (อินไซเดอร์เทรดดิ้ง) ขณะที่คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติที่จะให้บริหารบริษัทต่อไป ทำให้เกิดข้อกังขาถึงการมีบรรษัทภิบาลที่ดี (ซีจี) จากบริษัทขนาดใหญ่ พร้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานทางการอย่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของผู้ถือหุ้นใน CPALL อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จึงเกิดเวทีการสัมมนาหัวข้อ “จริยธรรม : จิตสำนึกหลักบรรษัทภิบาล” ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2559
BANPU ให้ลาออกอย่างเดียว
“ชนินท์ ว่องกุศลกิจ” กรรมการบริษัท บ้านปู (BANPU) กล่าวว่า ผู้บริหารบริษัทใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น บริษัทจะลงโทษให้ออกจากหน้าที่
นโยบายภายในของบริษัทให้ความสำคัญเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลอย่างมากและไม่นำข้อมูลไปใช้ทางที่เป็นโทษ เช่น ฝ่ายตรวจสอบภายในที่จะสามารถทราบข้อมูลก่อนฝ่ายอื่นๆ ส่วนการเปิดเผยข้อมูลต้องเปิดเผยตรงเวลาที่กำหนด
“ปกติบริษัทจะมีคณะอนุกรรมการเพื่อรับเรื่องร้องเรียนของบริษัท โดยมีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญเรื่องจริยธรรม มีพัฒนาการเริ่มต้นจากความเชื่อของผู้บริหารเขียนเป็นวัฒนธรรมองค์กรจำนวน 4 ข้อกำหนดอยู่ในวิสัยทัศน์และภารกิจของบริษัทไม่เพียงกำหนดว่าต้องทำอะไร แต่กำหนดว่าต้องทำอย่างไรด้วย ขณะที่ผู้บริหารของบริษัท 6-7 อันดับแรกต้องปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพนักงานด้วย” ชนินท์ กล่าว
SCC จัดทำคู่มือจรรยาบรรณ
“เชาวลิต เอกบุตร” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่การเงินและการลงทุน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) กล่าวว่า บริษัทมีแนวปฏิบัติเป็น 2 ระดับ สำหรับการกระทำความผิดทุกระดับของพนักงานและผู้บริหาร 1.การกระทำผิดตามกฎหมายที่มีความชัดเจนทางกฎหมาย ก็ยึดในการปฏิบัตินั้น 2.การกระทำผิดที่ไม่เป็นตามข้อกฎหมาย แต่เป็นการผิดทางวินัยจะลงโทษตามระดับความผิด ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ตัดคะแนน ตัดโบนัส เปลี่ยนหน้าที่
สำหรับอุดมการณ์ภายใน ได้แก่ ต้องยึดมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ ยึดถือความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงให้ความสำคัญกำหนดแนวทางสร้างค่านิยมในการลงมือปฏิบัติจริง มีการปลูกฝังจิตสำนึกกับพนักงานและส่งเสริมการจริยธรรมและธรรมาภิบาลล่าสุด 2 เดือนที่ผ่านมาบอร์ดได้อนุมัติให้ทำคู่มือจรรยาบรรณของบริษัท เพื่อให้พนักงานและผู้บริหารสามารถใช้อ้างอิง
TVD หวังปฏิบัติ บจ.ใหญ่-เล็กเท่าเทียม
“ทรงพล ชัญมาตรกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค (TVD) มองว่า ทุกวันนี้ บจ.ขนาดกลางและขนาดเล็กอย่างในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ดำเนินการตามเกณฑ์ที่ ตลท.และ ก.ล.ต.ไว้อย่างเคร่งครัด และมีการเปิดเผยข้อมูลมากกว่า บจ.ขนาดใหญ่
“ถ้ากรณี บจ.ขนาดใหญ่มีการทำผิดและไม่ต้องคำนึงถึงซีจี จึงอยากฝากให้ทั้ง ก.ล.ต.และ ตลท.ให้คำนึงหลักใน 6 ข้อของการมีบรรษัทภิบาลที่ดีด้วย นั้นคือหลักของความเท่าเทียมกันด้วยกับสิ่งที่ปฏิบัติกันระหว่าง บจ.ขนาดใหญ่และ บจ.ขนาดเล็ก” ทรงพล กล่าว
ก.ล.ต. ยันปฏิบัติความเท่าเทียม
“รพี สุจริตกุล” เลขาธิการ ก.ล.ต. ยืนยันให้ความเท่าเทียมกันระหว่าง บจ.ใหญ่และเล็ก ถ้าใครไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาก็ต้องได้รับการลงโทษ และมั่นใจเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.มีอยู่กว่า 5,000 เกณฑ์เพียงพอต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เรื่องซีจีที่เกิดขึ้นต้องอาศัย 3 เรื่องประกอบกัน คือ เกณฑ์ที่ออกมา บจ.นำเกณฑ์เข้าไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและแรงกดดันจากตลาด แต่หาก บจ.ไม่ได้นำเกณฑ์ไปปรับใช้จริง แม้จะออกเกณฑ์ไป 1 หมื่นเกณฑ์ก็คงไม่ได้ผล ส่วนเกณฑ์ขึ้นบัญชีดำ บจ.อินไซเดอร์ ก็อยู่ระหว่างการแก้เกณฑ์และหวังว่าจะเริ่มใช้ได้ทันภายในปีนี้ี้
ตลท.รับเป็นบทเรียนพร้อมแก้ปัญหา
“เกศรา มัญชุศรี” กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นปัจจุบันก็ยอมรับว่าเป็นบทเรียนที่ดีกับ ตลท.ที่จะต้องหากฎ วิธีการ และช่องทางต่างๆ เพื่อส่งเสริมสิ่งที่ต้องการผลักดันให้เกิดผลดีต่อ บจ.อย่างที่ ตลท.อยากจะเห็น
ไอโอดีแนะเพิ่มเข้มงวดกฎ
“บัณฑิต นิจถาวร” กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ไอโอดี) แนะแนวทางการทำงาน 3 ข้อ คือ 1.เพิ่มเกณฑ์ห้ามเป็นกรรมการ บจ.ต่อไป 2.ตรวจสอบคุณสมบัติเปิดเผยประวัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ บจ.ให้ละเอียดมากขึ้น และ 3.แนะให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถประเมินการทำงานของกรรมการอิสระได้
สมาคม บลจ.ชี้ผู้จัดการกองทุนควรอิสระ
“วรวรรณ ธาราภูมิ” นายกสมาคม บลจ. กล่าวว่า วันที่ 18 ก.พ. จะมีการประชุมสมาชิกเรื่องการลงทุนใน CPALL เป็นครั้งสุดท้ายและจะแถลงข่าวทันที เพราะ บลจ.แต่ละแห่งก็ต้องมีความอิสระต่อนโยบายการลงทุน แต่อยากจะให้ผู้จัดการกองทุนเป็นอิสระในการทำหน้าที่เหมือนอาชีพอื่น โดยที่ไม่มีแรงผลักดันจากผู้ถือหุ้น







