
8 ขั้นตอนยื่นภาษีอย่างง่ายได้เงินเร็ว
ความจริงการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
โดย...วีระพล บดีรัฐ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย [email protected]
ความจริงการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ค่อยมีใครมาสอนหรือมาแนะนำกันเพราะเชื่อกันว่าง่ายและสมควรทำได้ด้วยตัวเอง แต่พอเอาเข้าจริงกลับพบว่าที่ว่าง่ายนั้น บางครั้งเราก็แอบพกความสงสัยและปล่อยให้ตัวเองเสียโอกาสกันด้วยคำว่า “ไม่รู้” อยู่อย่างน้อย ปีละครั้ง ลองตาม 8 ข้อต่อไปนี้ดูว่า ท่านจะมีโอกาสติดขัดหรือเสียโอกาสที่ข้อใดได้บ้าง
1.เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น ข้อมูลเลขบัตรประชาชน เลขผู้เสียภาษีของนายจ้างที่จ่ายเงินได้ รวมถึงหน่วยงานที่จ่ายปันผล และ/หรือดอกเบี้ยให้เรา เพราะหากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ การเลือกรายการเพื่อลงข้อมูลทั้งฝั่งรายได้ เงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือค่าลดหย่อนก็จะไม่สามารถทำได้ ทางแก้คือการขอคัดลอกหรือสำเนาเอกสารจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของอีกครั้ง สุดท้ายหากไม่มี สรรพากรย่อมมีโอกาสเรียกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกแจ้งว่าข้อมูลยังไม่ครบอยู่ดี แต่ถ้าเป็นกรณีค่าลดหย่อน ถ้าไม่มีอาจถูกคัดออกจากรายการที่ท่านสมควรได้ประโยชน์และบางทีแทนที่จะได้เงินคืนกลับเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มไปเสียก็มี
2.ทดสอบสถานะการยื่นที่ประหยัดที่สุด ข้อนี้คนโสดข้ามไปได้เลย แต่สำหรับคนมีคู่และมีทะเบียนสมรสควรเลือกให้ถูกว่าจะเลือกสถานะใด ระหว่างแยกยื่น รวมยื่น หรือจะเป็นแบบยื่นเฉพาะเงินเดือนของตัวเอง ส่วนรายได้อื่นฝากยื่นไปกับคู่สมรสที่มีฐานภาษีต่ำกว่า ส่วนจะเลือกยื่นแบบใด ง่ายที่สุดคือให้ลองดูว่า เลือกแบบไหน ท่านรู้สึกคุ้มค่าที่สุดก็ให้เลือกวิธีนั้น
3.เลือกรายได้ให้ครบ รายได้ที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีให้นำมายื่นให้ครบ คำถามที่มักพบบ่อยๆ คือ รายได้บางอย่างสรรพากรจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีหรือไม่มี และถ้ามีแนวโน้มว่าสรรพากรจะไม่รู้เราจะยื่นทำไมให้เสียภาษีเพิ่ม...หลักคิดเช่นนี้ถือว่ามีเจนนาหลบเลี่ยงภาษี ผมแนะนำว่า เงินได้ที่เข้าข่ายทั้งหมดให้นำมายื่นให้หมด เพราะต่อให้สรรพากรไม่รู้ก่อน แต่ก็สามารถสืบความย้อนหลังและบังคับให้ท่านนำกลับมาประเมินพร้อมเสียค่าปรับได้อยู่ดี
4.พิจารณาภาษีสุดท้าย Final Tax ก่อนทุกครั้ง เพราะรายได้ที่ท่านมีสิทธิเลือกนำมายื่นหรือไม่ก็ได้ซึ่งผมขอเรียกว่าภาษีสุดท้าย อาทิ เงินปันผล (ทุกประเภท) ดอกเบี้ยเงินฝาก (ที่เข้าเกณฑ์) และดอกเบี้ยตราสารหนี้ หากส่วนนี้ได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว ท่านควรนำมาทดลองรวมกับเงินได้ หรือไม่รวม เพื่อดูผลลัพธ์หลังการทดลองว่า สุดท้ายท่านจะเลือกทำอย่างไร ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนคงเคยเจอคือการไม่รู้ว่ารายได้ที่เรามีอยู่จะต้องเลือกเป็นรายการไหน ที่สับสนกันมากๆ คือ เงินปันผลหุ้นในแบบฟอร์ม คือ รายได้ มาตรา 40(4) (ข) ส่วนเงินปันผลที่ได้จากกองทุนรวม จะเป็นมาตรา 40(8)
5.เลือกหักค่าใช้จ่ายที่มูลค่าสูงสุด เพราะรายได้บางประเภทสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ และโดยส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายที่หักได้มีให้เลือกระหว่างค่าใช้จ่ายที่เป็น Standard กับค่าใช้จ่ายตามจริง หลักการคือ ค่าใช้จ่าย แบบแรกไม่ต้องมีหลักฐาน ส่วนแบบตามจริงต้องมีหลักฐาน และต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ที่สามารถนำมาหักได้ด้วย วิธีเลือกที่เหมาะสมที่สุดคือเลือกที่มีมูลค่าสูงสุด
6.เลือกรายการลดหย่อนพร้อมทำความเข้าใจให้ดี รายการลดหย่อนจะมีเงื่อนไขอยู่ด้วยมากมาย หากไม่เข้าใจบางครั้งอาจทำให้ไม่สามารถกรอกข้อมูลที่ต้องการผ่านระบบได้ เช่น กรณีการซื้อ/ขายกองทุนรวม LTFและ/หรือ RMF ผิดเงื่อนไข ที่ทุกท่านจำเป็นต้องเข้าใจเสียก่อนว่าจะต้องยื่นอย่างไร อีกทั้งในปีนี้มีรายการใหม่ๆ ที่อาจทำให้สับสนอยู่บ้างเช่น “ภาษีเงินได้ที่ได้รับยกเว้นจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์”...รายการนี้ตามประกาศในปี 2555 ส่วนรายการ “เงินได้ที่จ่ายเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์”...รายการนี้สำหรับรายการซื้อที่เข้าเกณฑ์ใช้ได้ในปี 2558-2559 ซึ่งแตกต่างกัน และที่สำคัญรายการลดหย่อนส่วนใหญ่จะต้องมีการส่งเอกสารประกอบ ดังนั้นจะใช้รายการใดเอกสารต้องพร้อมและถูกต้องเสมอ
7.แนบเอกสารสนับสนุนทั้งหมดที่มี ทั้งฝั่งรายได้ ค่าใช้จ่ายและรายการลดหย่อนต่างต้องการหลักฐานพิสูจน์การมีอยู่จริงและตรวจสอบความถูกต้อง สำหรับผู้มีเงินได้ที่ใช้รายการลดหย่อนบางรายการทุกปีซ้ำๆ ข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่ถูกขอหลักฐานเพิ่มเติม แต่ที่สำคัญที่สุดคือท่านจะต้องเตรียมหลักฐานประกอบให้พร้อมตั้งแต่วันแรกที่ยื่นและจัดทำให้อยู่ในรูปเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (ง่ายที่สุดคือใช้กล้องมือถือถ่ายเก็บไว้ให้พร้อมส่งทุกเมื่อ)
8.ตรวจสอบบทสรุปภาษีของตัวเอง ว่าจะต้องจ่ายเพิ่มหรือจะได้รับคืน หากต้องจ่ายเพิ่มก็ยังมีทางเลือกในการผ่อนชำระแบบไม่เสียดอกเบี้ย 3 งวด ส่วนการได้รับคืนผมแนะนำให้ตรวจสอบที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารให้ดีเพราะเช็คคืนภาษีที่ไปติดอยู่ที่บ้านคนอื่น ถึงจะไม่ได้ทำให้ท่านเสียเงินแต่ทำให้ได้เงินช้าก็จัดว่าเป็นปัญหาเช่นกัน
โดยปกติหากกระบวนการยื่นติดขัดหรือมีปัญหา ไม่ว่าจะเกิดในขั้นตอนใด สิ่งที่หลายคนเลือกทำคือ ปล่อยให้มันผ่านไปแบบง่ายๆ ด้วยไม่อยากเสียเวลา และบทเรียนที่มาเพียงปีละครั้งก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองอีกในปีต่อไป เพราะขาดการทบทวนและแก้ปัญหาเสียแต่เนิ่นๆ ลองพยายามทำความเข้าใจด้วยการสอบถาม Call Center ของสรรพากร 1161 หรือถามที่ K-Expert ซึ่งสามารถช่วยเหลือทุกท่านได้ในเบื้องต้นไม่ว่าจะผ่านทาง e-mail : [email protected] หรือสามารถมาปรึกษาได้โดยตรงที่ K-Expert Center อาคารจามจุรีสแควร์ ชั้น 2 แล้วทุกท่านจะรู้ว่าการยื่นภาษีให้ดีช่วยให้มีเงินเหลือได้จริง







