
"กรุงไทย" แนะสะสมหุ้น- เพิ่มทองคำ
บลจ.กรุงไทยแนะทยอยสะสมหุ้น หลังตลาดในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวระยะสั้น ชี้ปีนี้ทองคำยังน่าลงทุน
บลจ.กรุงไทยแนะทยอยสะสมหุ้น หลังตลาดในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวระยะสั้น ชี้ปีนี้ทองคำยังน่าลงทุน
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย กล่าวว่า ระยะสั้นตลาดตราสารทุนมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น ตราสารหนี้อาจมีแรงขายทำกำไร ประเมินราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงจากแรงซื้อคืน แต่ยังไม่มีเสถียรภาพ เน้นกลยุทธ์การลงทุนในรูปพอร์ตฟอลิโอ โดยให้ทยอยซื้อสะสมตราสารทุน เน้นลงทุนเฉพาะกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว อินเดีย และไทย และกระจายลงทุนในตราสารหนี้เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือกเน้นลงทุนในทองคำ และกองทุนอสังหาริมทรัพย์
"ภาวะการลงทุนมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น หลังจากเผชิญกับแรงขายที่มากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อมีการส่งสัญญาณจากธนาคารกลางของประเทศต่างๆ เพื่อพยุงเศรษฐกิจ โดยธนาคารกลางยุโรป ( ECB) พร้อมขยายมาตรการคิวอี ธนาคารกลางสหรัฐ ( FED ) ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยธนาคารกลางญี่ปุ่น ( BOJ) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายต่ำกว่าศูนย์ รวมถึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันอาจจะเริ่มกลับสู่การเจรจาเพื่อควบคุมปริมาณการผลิต" นางชวินดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังเผชิญกับความผันผวนสูงจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และแรงขายต่อเนื่องของกองทุนระหว่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงและรักษาสภาพคล่อง
สำหรับหุ้นในประเทศระยะสั้นเป็นการฟื้นตัว จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุด และความคาดหวังต่อการขยายมาตการทางการเงิน โดยราคาหุ้นที่ปรับลดลงมามากจากระดับเป้าหมาย แต่ควรเป็นการทยอยซื้อสะสม โดยเชื่อว่าตลาดยังคงผันผวนสูง รอติดตามผลประกอบการไตรมาส4 ปี 2558 ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินมูลค่าพื้นฐานและแนวโน้มของบริษัทตลาดหลักทรัพย์ ได้รับปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน และสื่อสาร แต่ภาพรวมตลาดจะเพิ่มขึ้นในระดับจำกัด
ตราสารหนี้ในประเทศ การส่งสัญญาณของ ECB และการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมของ BOJ และ FED ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ปรับลดลง โดยตราสารหนี้กลุ่ม High Yield ปรับลดลงค่อนข้างมาก ระยะสั้นจะฟื้นตัว แต่แนะนำให้ทยอยลดการลงทุน เลือก ลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน แทน ส่วนนักลงทุนที่รับความผันผวนได้บ้าง เน้นลงทุนกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาว ซึ่งคาดว่าจะให้ผลตอบแทน ดีกว่ากองทุนตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นในระยะ 3 - 6 เดือนข้างหน้า โดยทยอยซื้อเมื่อราคาปรับฐาน
ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงมากเกินไปในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไร โดยคาดว่าจะแกว่งตัวในช่วงกว้าง ระหว่าง 25 - 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สำหรับนักลงทุนระยะยาวที่รับความผันผวนได้อาจทยอยเข้าซื้อสะสม หากราคาน้ำมันอยู่ระดับ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือต่ำกว่า
ทองคำได้แรงหนุนจากนักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ประกอบกับ ทิศทางเงินเหรียญสหรัฐ ที่คาดว่าจะปรับขึ้นได้อีกไม่มาก ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้
นอกจากนี้ แนะนำสัดส่วนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Portfolio) ในเดือนก.พ. โดยให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารทุน 47% ตราสารหนี้ 38% สินทรัพย์ทางเลือก 15%







