
ทวงสัญญาอุ้มทีวีดิจิทัล
โดย...ปลาน้อย
โดย...ปลาน้อย
แม้ว่าสถานการณ์ของธุรกิจทีวีดิจิทัลจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่เนื่องจากส่วนใหญ่ยังมีรายรับไม่คุ้มกับรายจ่ายที่ต้องเสียไปในแต่ละปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันในด้านของการขอความเห็นใจจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถสู้ต่อไปได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา บรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้มีการรวมตัวกันไปยื่นข้อเรียกร้องต่อ กสทช. 10 ประเด็น ประกอบด้วย การขยายเวลาการชำระเงินงวดที่ 3 การขอขยายอายุใบอนุญาต การขอหยุดพักการประกอบกิจการจะทำได้หรือไม่ การเยียวยาเพื่อชดเชยให้ผู้ประกอบการ การเรียงช่องให้ทุกแพลตฟอร์มเหมือนกันการแจกคูปองส่วนลด 690 บาทให้ประชาชนนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลให้ครบ22.9 ล้านครัวเรือน การเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น การวัดเรตติ้งสำรวจความนิยมของแต่ละช่อง การลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนาของ กสทช. การลดค่าเช่าโครงข่าย และการลดภาระการแพร่ภาพตามกฎมัสต์แคร์รี่ที่แต่ละช่องต้องนำช่องสัญญาณของตนเองไปเผยแพร่ในทุกแพลตฟอร์ม
สำหรับข้อที่ผู้ประกอบการอยากให้ กสทช.ช่วยเหลือมากที่สุด คือ การขยายระยะเวลาการชำระเงินประมูลทีวีดิจิทัล งวดที่ 3 ซึ่งจะครบกำหนดจ่ายในเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ดี แม้ว่า กสทช.จะออกมาบอกว่าเก็บค่างวดที่ 3 ให้น้อยที่สุด และพร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่ผู้ประกอบการก็ยังไม่ไว้วางใจ โดย ศิวะพรชมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท ออกมาเปิดเผยว่า ถ้าหาก กสทช.ไม่ให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการเลื่อนจ่ายงวดที่ 3 ในปีนี้ อาจมีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลหายไปอีกแน่นอน
ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ออกมาเรียกร้องให้ กสทช.ทำตามเงื่อนไขและพันธสัญญาที่เคยให้ไว้ เช่น การแจกคูปองรับแลกซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลให้ครบ 22 ล้านครัวเรือนตามระยะเวลาที่กำหนด การเรียงช่องฟรีทีวีดิจิทัลให้เหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม และค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัลที่สูงเกินไป
ข้อเรียกร้องที่ผู้ประกอบการออกมากระทุ้งเป็นระยะ หาก กสทช.รับฟังและให้ความช่วยเหลือตามที่เคยเอ่ยปากไว้ก่อนการประมูล ทีวีดิจิทัลไทยน่าจะก้าวไปได้เร็วกว่านี้







