
ตลท.คาดปี’58บจ.ฟาดกำไร7แสนล.
ตลท.ลุ้นกำไร บจ.ปี 2558 ไม่แย่กว่าปี 2557 ปัจจัยไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
ตลท.ลุ้นกำไร บจ.ปี 2558 ไม่แย่กว่าปี 2557 ปัจจัยไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ลุ้นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดปี 2558 ซึ่งจะทราบผลชัดเจนตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.เป็นต้นไป คาดว่าจะออกมาไม่เลวร้ายไปกว่าปี 2557 ที่ บจ.มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7.01 แสนล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 3 มีการตั้งสำรองกันไปมากแล้ว และต้องลุ้นว่าไตรมาส 4 กำไร บจ.แตะ 2 แสนล้านบาทได้หรือไม่ โดยผลประกอบการ บจ. งวด 9 เดือนที่ผ่านมามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4.6 แสนล้านบาท
“ปี 2558 ถือว่าครึ่งปีแรกเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้วของปีไตรมาส 3 ก็ถูกกดดันจากการตั้งสำรองของกลุ่มธนาคารพาณิชย์และน้ำมันไปแล้ว และมองว่าจะเป็นไตรมาสที่ผลประกอบการ บจ.จะถูกกดดันมากที่สุด โดยที่ไตรมาส 4 น่าจะออกมาดีขึ้น” นายสันติ กล่าว
อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าภาวะที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่การบริโภคได้ชะลอตัวไปยังทั่วโลก รวมถึงการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นตั้งแต่สิ้นปีก่อน ทำให้เห็นแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยต่างประเทศที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งคือการติดตามและสอบถาม บจ.อยู่ตลอดเวลาว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดย บจ.ขนาดใหญ่ได้บริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปยังต่างประะเทศโดยเฉพาะ
สำหรับ บจ.ขนาดกลางและขนาดเล็กที่ยังต้องพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก โดยรวมมองว่าปัจจัยในประเทศได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เพราะเชื่อว่าหลังจากที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้มีนโยบายออกมาตรการต่างๆ มาจะเริ่มดำเนินการจริงจังตั้งแต่ไตรมาสแรกเป็นต้นไป แต่คาดว่านโยบายต่างๆ จะให้เกิดผลชัดเจนได้ภายในไตรมาส 3 เป็นต้นไป
นายสันติ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนมาก ดัชนีปรับลงมากกว่า 20 จุด เพียงไม่กี่วัน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามภาวะตลาดโดยรวมที่อ้างอิงกับตลาดต่างประเทศเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม หากดูจากดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทยได้ประกาศออกมาล่าสุด ถือว่าเป็นระดับที่ต่ำสุดมากแล้วและไม่น่าจะมีระดับที่ต่ำไปกว่านี้ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นไปในระดับเดียวกับที่นักวิเคราะห์ประเมิน อย่างไรก็ดีระดับดัชนีอยู่ในระดับนี้สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นอยู่ในมือก็ถือเป็นระดับที่น่าเข้าสะสมลงทุนในระยะยาวได้
สำหรับธนาคารพาณิชย์รวม 11 แห่ง มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 1.93 แสนล้านบาท ในปี 2558 ลดลงจำนวน 14,009 ล้านบาท คิดเป็น 6.76% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิรวม 207,009 ล้านบาท ในปี 2557 ธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ส่วนธนาคารใหญ่มีภาระตั้งสำรองหนี้สูงขึ้น
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงการจัดการแข่งขันแผนธุรกิจของนิสิตและนักศึกษาปริญญาโทภาคภาษาอังกฤษ เพื่อชิงถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ภายใต้แนวคิด ระหว่างวันที่ 11-13 ก.พ.นี้ ในรอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 16 ทีมทั่วโลก เช่น สหรัฐ อินโดนีเซีย ฝรั่งเศส ไต้หวัน โดยมีทีมจากประเทศไทยเข้ารอบทั้งหมด 3 ทีม คือ มหาวิทยาลัยนเรศวร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ







