
สมคิดแฟกเตอร์... Model ตอบโจทย์อนาคตของประเทศไทย
ปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้พบปะและสนทนากับเพื่อนๆ วปอ. ในหัวข้อที่น่าสนใจ คือ เศรษฐกิจของไทยมาถูกทางหรือยัง แข็งแรงพอที่จะฝ่าคลื่นเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนในปัจจุบันอย่างไร ซึ่งขอสรุปสภาพภูมิเศรษฐกิจโลกปัจจุบันว่า
ปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้พบปะและสนทนากับเพื่อนๆ วปอ. ในหัวข้อที่น่าสนใจ คือ เศรษฐกิจของไทยมาถูกทางหรือยัง แข็งแรงพอที่จะฝ่าคลื่นเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนในปัจจุบันอย่างไร ซึ่งขอสรุปสภาพภูมิเศรษฐกิจโลกปัจจุบันว่า
เป็นที่ทราบกันดีว่าเดือนแรกของปี 2559 เกิดเหตุการณ์ความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจการเงิน ลามไปถึงตลาดทุนที่ปรับตัวลดลงแรงทั่วโลก ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง 3 ด้านดังนี้ 1.สหรัฐอเมริกาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed fund rate) 2.นักลงทุนไม่มั่นใจการขยายตัวเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้ Fundflow จำนวนมากไหลกลับไปลงทุนในพันธบัตรสหรัฐ ทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว 3.ปัญหาราคาน้ำมันดิบที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้ำมันปิดตัวลง แต่ไม่สามารถชดเชย Supply จากแหล่งผลิตที่มีต้นทุนถูกอย่างอิหร่านได้ ซึ่งส่งผลให้ประเทศที่พึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดปัญหาทางการคลัง เพราะรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายจึงจำเป็นต้องคงอัตรากำลังการผลิตไว้แม้ราคาจะถูกอย่างที่เห็น
ปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ข้างต้นนับเป็นความท้าทายที่เศรษฐกิจของไทยจะต้องเผชิญในปีนี้ เพราะทั้งจีนและสหรัฐเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของไทย หากเศรษฐกิจไทยไม่ดี การอุปโภคบริโภคลดลง จะส่งผลทำให้ราคาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว ยางพารา ปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง ตกต่ำ กระทบต่อประชาชนที่อยู่ในภาคการเกษตรที่มีมากกว่า 30 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 40 ของประชากรทั้งประเทศ แต่มีสัดส่วนทางเศรษฐกิจเพียงร้อยละ 10.50 เท่านั้นเอง ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีมายาวนาน โจทย์จึงมีอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากภายใต้งบประมาณที่จำกัดและเศรษฐกิจโลกไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นโอกาสดีที่ไทยจะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ หันมาพึ่งพาการเติบโตจากภายในมากขึ้น ซึ่งยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่รัฐบาลให้นโยบายมาล้วนมีความสอดคล้องกัน ทั้งเพื่อการปฏิรูปในระยะยาวและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสำเร็จมากในปีที่ผ่านมา และปีนี้ผมเห็นท่านรองนายกฯ สมคิด และทีมเศรษฐกิจได้ให้นโยบายในหลายเวที ซึ่งเป็นวิธีคิดใหม่ๆ ที่สำคัญคือ กล้าคิด กล้าทำ ดำเนินการเร็ว ซึ่งผมขอเรียกแนวคิดต่างๆ ว่าเป็น “สมคิด แฟกเตอร์” ตามที่ท่านรองนายกฯ ได้พูดไว้
“สมคิด แฟกเตอร์” จะมีกรอบการดำเนินงานหลัก คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากระดับฐานรากที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ขับเคลื่อนกลไกต่างๆ โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน หรือที่เรียกว่าประชารัฐ นั่นเอง ...ยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเป็นพระเอกในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากปีนี้ คือ โครงการยกระดับผลิตภาพภาคการเกษตร ด้วยโครงการ 1 ตำบล 1 ผู้ประกอบการ SMEs เกษตร
หากประเทศเราสามารถผลักดันและสร้างผู้ประกอบการ SMEs ภาคเกษตรอุตสาหกรรม ให้เข้าไประดมทุนในตลาดทุนได้ จะทำให้เศรษฐกิจระดับฐานรากแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เช่น เริ่มจากการทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งที่ยั่งยืน เพื่อนำเทคนิคการผลิตที่ทันสมัยมายกระดับการผลิตเป็น Modern Farm, Smart Farm หรือ Integrated Farm เช่น เกษตรกรในยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งหากสามารถนำมาเชื่อมโยงกับอีกยุทธศาสตร์ คือ โครงการการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ด้วยการพัฒนาโครงข่าย Internet ความเร็วสูงครอบคลุมทุกหมู่บ้านของกระทรวงไอซีที ซึ่งมีท่านรัฐมนตรี อุตตม สาวนายน เป็นผู้ผลักดันให้เสร็จภายในปีนี้
ผมคิดว่าความเชื่อมโยงของทั้งสองโครงการจะเป็นมิติใหม่ในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตรของไทยเลยทีเดียว เพราะจะทำให้เกิดช่องทางต่างๆ มากมาย เช่น การเข้าถึงความรู้ด้านนวัตกรรมการผลิต การออกแบบการพัฒนา และการแสดงสินค้า ซึ่งมีตัวอย่างความสำเร็จอย่างมาก เช่น โครงการ D47 ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาสินค้าจาก 47 จังหวัด และเป็นช่องทางสนับสนุนให้การผลิตสินค้าใน
ท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีการวางแผนการตลาด มีการปรับปรุงคุณภาพสินค้า การออกแบบสินค้า Packaging และการพัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้า ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้เป็นจำนวนมาก เช่น บางผลิตภัณฑ์เดิมเคยขายได้ 1,000 ชิ้น/เดือน หลังเข้าโครงการยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านชิ้น เป็นต้น
จากแนวนโยบายและรูปแบบ (Model) การพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือ “สมคิด แฟกเตอร์” ผมเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว และจะสามารถนำพาเศรษฐกิจประเทศฟื้นตัวอย่างแน่นอน และไม่นานเกินรอเกษตรกรของไทยจะมีระดับรายได้ที่ดีขึ้น ผู้มีรายได้น้อยจะมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ส่งผลให้พี่น้องประชาชนของเราหลุดพ้นจากกับดักความยากจน
แต่สิ่งที่สำคัญคือ ประชาชนคนไทยทุกคนต้องช่วยกันร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ให้สมกับที่นิตยสาร U.S. News & World Report ได้จัดอันดับ Best Countries 2016 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 21 จาก 60 อันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก ในปี 2559 นี้ครับ







