
ส่องเศรษฐกิจโลก 2016 : ผันผวนและท้าทาย
เพียงแค่สัปดาห์แรกของปี ตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวลดลงกว่า 7% ทำให้ต้องปิดการซื้อขายถึง 2 วัน ใน 1 สัปดาห์ และหุ้นในกลุ่มพลังงานก็ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบ 14 ปี ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงตามแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพียงแค่สัปดาห์แรกของปี ตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวลดลงกว่า 7% ทำให้ต้องปิดการซื้อขายถึง 2 วัน ใน 1 สัปดาห์ และหุ้นในกลุ่มพลังงานก็ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบ 14 ปี ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงตามแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นยังมีความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ และคาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้ หากเลือกลงทุนถูกที่ ไม่ว่าจะถูกตัว หรือถูกภูมิภาคก็ตาม
แล้วภูมิภาคไหนที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้?
บลจ.ธนชาต เห็นว่าการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัวยังน่าสนใจ เห็นได้จากกำไรของบริษัทจดทะเบียนเติบโตได้ดี เพราะได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลและธนาคารกลาง และยังมีมูลค่าทางพื้นฐานที่เหมาะสมกับการลงทุน เนื่องจากตลาดหุ้นทั้งยุโรปและญี่ปุ่นต่างปรับตัวลดลงมาตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน
การลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นยังมีความน่าสนใจในหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจของประเทศ กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับมูลค่าทางปัจจัยพื้นฐานอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว โดยตลาดคาดการณ์การเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2559 อยู่ที่ 10% และมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 12.6 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 13.3 เท่า
เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางยุโรป ซึ่งดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ส่งผลให้ค่าเงินยูโรมีทิศทางอ่อนค่าเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนผลประกอบการของบริษัทส่งออก ตลาดคาดการณ์การเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2559 อยู่ที่ 6% และมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 14 เท่า ซึ่งมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับอัตราส่วนราคาต่อกำไรของตลาดหุ้นสหรัฐที่ 15 เท่า (วันที่ 19 ม.ค. 2559)
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงที่สำคัญ คือ
1.เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง เพราะเน้นเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนมาเป็นการบริโภคภายในประเทศแทน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกปรับตัวลดลง เนื่องจากจีนถือเป็นผู้บริโภครายใหญ่ของโลก ประกอบกับมาตรการปรับลดค่ากลางเงินหยวนก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนหนักขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป
2.ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงแรง จากความต้องการน้ำมันที่ชะลอตัวลงและปริมาณผลผลิตที่มีเกินความต้องการ ซึ่งเรามองว่าเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองที่สุดในปีนี้ หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อกลับมากดดันให้การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป โดยธนาคารกลางสหรัฐมีโอกาสดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และนโยบายทางการเงินธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นอาจมีท่าทีผ่อนคลายที่ลดลง ส่งผลให้สภาพคล่องทางการเงินจะลดลง และทำให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนมากขึ้นตามไปด้วย







