
นมวัวแดงปลุกยอดเพื่อนบ้าน
อ.ส.ค.รุกตลาดนมซีแอลเอ็มวี ตั้งเป้าปี 2559 โต 15-20%
อ.ส.ค.รุกตลาดนมซีแอลเอ็มวี ตั้งเป้าปี 2559 โต 15-20%
นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์รองผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อ.ส.ค.มีแผนจะรุกตลาดนมพร้อมดื่ม (ยูเอชที) ในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงจีนตอนใต้มากขึ้น หลังเห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาดกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 ตั้งเป้ายอดขายของตลาดกลุ่มนี้ไว้ที่ 900 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% จากปี 2558
“สำหรับตลาดกลุ่มซีแอลเอ็มวี และจีนตอนใต้ ถือว่ากัมพูชาเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ซึ่งได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 600 ล้านบาท โดยปัจจุบันนมพร้อมดื่ม (ยูเอชที)ไทย-เดนมาร์ค ของ อ.ส.ค. มีส่วนแบ่งทางการตลาดในกัมพูชาเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว” นายสุชาติ กล่าว
ขณะที่ตลาดนมใน สปป.ลาว ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายที่ 200 ล้านบาท ส่วนตลาดเมียนมานั้น อ.ส.ค.ตั้งเป้าไว้ที่ 50 ล้านบาท เนื่องจากเพิ่งเปิดตลาดใหม่ในปีนี้ เช่นเดียวกับตลาดเวียดนามและจีนตอนใต้ที่เพิ่งเริ่มเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจัง หลังจากที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นการทำตลาดผ่านการค้าชายแดน โดยตั้งเป้ายอดขายปีแรกไว้ที่ประเทศละ 25 ล้านบาท
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ อ.ส.ค.อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) นมไทย-เดนมาร์คในกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพิ่มอีก 1 ราย จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 1 ราย แต่เป็นดีลเลอร์
ที่ค้าขายอยู่ตามชายแดนแม่สอด-เมียวดี เบื้องต้นดีลเลอร์รายใหม่เป็นบริษัทไทยที่ทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าไทยในตลาดเมียนมาอยู่ คาดว่าภายในปีนี้น่าจะได้ข้อสรุป เช่นเดียวกับการหาดีลเลอร์ในเวียดนามและจีนตอนใต้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแผนเพิ่มดีลเลอร์ใหม่ในตลาดกัมพูชาและ สปป.ลาว เนื่องจากปัจจุบันมีดีลเลอร์ในกัมพูชาอยู่แล้ว 3 ราย
นอกจากนี้ อ.ส.ค.จะต้องเร่งรุกการทำกิจกรรมการตลาดในประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวีให้มากที่สุด ทั้งการร่วมงานแสดงสินค้า (เทรดแฟร์) ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเพิ่มช่องทางสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านทางเฟซบุ๊กและไลน์ เพื่อช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวางมากขึ้น







