posttoday
ประจักษ์พยานคดีอาญา

ประจักษ์พยานคดีอาญา

20 มกราคม 2559

โดย...รุจิระ บุนนาค    

โดย...รุจิระ บุนนาค    

คดีเกาะเต่าเป็นข่าวดังมานานตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2557 กระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย เพราะเกิดการฆ่าข่มขืนและฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ. สุราษฎร์ธานี

ผู้ต้องหาคดีนี้เป็นแรงงานชายชาวเมียนมา 2 คน ถูกจับกุมได้หลังเกิดเหตุ เพราะมีการนำดีเอ็นเอ (DNA) ที่ก้นบุหรี่และจอบอันเป็นอาวุธที่ผู้ตายถูกทำร้าย อีกทั้งร่องรอยอสุจิที่ช่องคลอดและทวารหนักของผู้ตาย ไปพิสูจน์กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และผลตรวจดีเอ็นเอตรงกับของผู้ต้องหา ประกอบกับกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายได้บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ขณะเข้าไปซื้อบุหรี่ในซูเปอร์มาร์เก็ต หลักฐานหลายอย่างจึงเชื่อมโยงกันจนนำมาสู่การจับกุมในที่สุด

คดีนี้ได้รับความสนใจจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เพราะเกี่ยวพันกัน 3 ประเทศ ทั้งอังกฤษ เมียนมา และไทย โดยศาลจังหวัดเกาะสมุยพิพากษาลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง แต่มีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับผลแห่งคำพิพากษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนต่อต้านฝั่งประเทศเมียนมาที่ขอให้รื้อฟื้นคดีนี้ใหม่ เพราะไม่เชื่อมั่นในการแสวงหาพยานหลักฐาน

พยานหลักฐานสำคัญที่ศาลใช้ลงโทษผู้กระทำความผิดในคดี คือ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยให้เหตุผลว่าแพทย์ตรวจและผ่าศพผู้ตายทั้งสองพบดีเอ็นเอของคนร้ายมากกว่า 1 คน ในช่องคลอดและช่องทวารหนักของผู้ตายที่ 2 หลักฐานชิ้นนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปตามหลักสากล สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์ของบุคคลได้เป็นอย่างดี ทั้งเป็นพยานหลักฐานที่มีอยู่เกิดขึ้น และได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนจับกุมจำเลยทั้งสอง ประกอบกับจำเลยนำสืบหักล้างไม่ได้ จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

ในคดีอาญาศาลต้องแน่ใจว่าจำเลยกระทำผิดจริง ต้องฟังพยานหลักฐานโดยปราศจากสงสัยจนสิ้นกระแสความ จึงจะพิพากษาลงโทษ ที่ผ่านมาจะยึดถือหลักว่าต้องมีประจักษ์พยาน หรือพยานที่รู้เห็นการกระทำความผิด แม้กฎหมายจะไม่ได้บังคับว่าต้องมีประจักษ์พยานก็ตาม

แต่พยานวัตถุ พยานเอกสาร พยานบุคคล ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีความผิดหรือบริสุทธิ์ และศาลสามารถใช้ดุลพินิจรับฟังลงโทษจำเลยได้ โดยเฉพาะผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอซึ่งเป็นพยานวัตถุที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ เพราะมีโอกาสผิดพลาดน้อยมากส่วนใหญ่ตรงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ว่าโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยาน (คือบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง) มาเบิกความยืนยันในขณะมีการฆ่าและข่มขืนนักท่องเที่ยว

คดีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่ใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ลงโทษจำเลย โดยไม่มีประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาล ก่อนหน้านี้เคยมีคดีตัวอย่างเมื่อปี 2544 คดีหมอวิสุทธิ์ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อกล่าวหาฆ่าหั่นศพภรรยาตัวเอง สู้คดีกันมาถึง 3 ศาล สิ้นสุดในปี  2550 ศาลฎีกาพิพากษาให้ประหารชีวิต โดยยึดถือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ต่อมาได้รับการอภัยโทษและได้รับการพักโทษ

ในตอนแรกคดีหมอวิสุทธิ์ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้สั่งไม่ฟ้อง อ้างเหตุผลว่าไม่มีประจักษ์พยานและไม่มีศพผู้ตาย มีแต่ชิ้นเนื้อ แต่บิดาของผู้ตายแต่งตั้งทนายความยื่นฟ้องคดีด้วยตัวเองจนนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้สำเร็จ ต่อมาอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และให้พนักงานอัยการเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหาย

คดีเกาะเต่าก็เช่นกันไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นการฆาตกรรม แต่ผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรม สามารถยืนยันตัวบุคคลที่กระทำความผิดได้

วิทยาการต่างๆ ได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งการพิสูจน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการดำเนินการทางกฎหมายจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยด้วย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่