
พาณิชย์บี้สินค้า4กลุ่มลดราคา
เรียกเอกชนถกลดราคารอบ 2 ปลายเดือนนี้ เน้นอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง ยางรถยนต์
เรียกเอกชนถกลดราคารอบ 2 ปลายเดือนนี้ เน้นอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง ยางรถยนต์
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมกำลังพิจารณากลุ่มรายการสินค้าเพื่อขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาลงมาเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ หลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับลดราคาลงมาอีก 1.30 บาท/ลิตร ในช่วงเดือน ม.ค. โดยในเบื้องต้นมีกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะปรับลดราคาลงมา ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มวัตถุดิบเกษตร และยางรถยนต์
“เราไม่ได้นิ่งนอนใจในการดูแลเรื่องโครงสร้างราคาสินค้าให้ปรับลดตามต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลง ก่อนหน้านี้ได้เรียกมาหารือและลดราคาไปแล้ว 247 รายการ ในช่วงที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลง 20 บาท/ลิตร โดยขอความร่วมมือให้ลดค่าขนส่งลง 5-10% ซึ่งก็ได้ปรับลดลงมาแล้ว แต่เมื่อดีเซลลดลงมาอีก 1.30 บาท/ลิตร มายู่ที่ 19.29 บาท/ลิตร ก็จะเรียกมาหารือเพื่อลดราคารอบ 2 ในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ โดยรายการสินค้าที่จะปรับลดอาจเป็นรายการเพิ่มเติม หรือเป็นรายการเดิมที่เคยลดลง” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าราคาน้ำมันดีเซลเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนค่าขนส่งเท่านั้น หรือมีสัดส่วน 40% ของต้นทุนค่าขนส่ง มีผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าเพียง 2-17% เท่านั้น เพราะต้นทุนการผลิตสินค้ายังมีค่าใช้จ่ายด้านอื่น เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าจ้างแรงงาน ต้นทุนวัตถุดิบถึง 80% ในการผลิตสินค้า และบางรายการต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาผลิตสินค้า อาจมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่า จึงต้องพิจารณาต้นทุนสินค้าให้รอบด้านเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การขอความร่วมมือปรับลดราคาในรอบแรกช่วงเดือน พ.ย. 2558 เป็นในช่วงที่ราคาน้ำมันดีเซลลดลงมาอยู่ที่ 20.69 บาท/ลิตร จากที่เคยอยู่ในระดับ 29.99 บาท/ลิตร ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งลดลง 12.47% มีสินค้าที่ปรับลดราคามีทั้งหมด 21 สินค้า 274 รายการ ลดลง 2.08-39% เป็นหมวดอาหารและเครื่องดื่ม 108 รายการ หมวดวัสดุก่อสร้าง 35 รายการ หมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (น้ำมันหล่อลื่น) 101 รายการ
ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มลดราคาลงตั้งแต่ 1 -56 บาท หรือ 3.13-33% หมวดวัสดุก่อสร้างลดลง 0.50-1.4 หมื่นบาท หรือ 2.08-18% หมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมลดตั้งแต่ 3-1,595 บาท หรือ 3-22.5%
วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ในการกำหนดรายการสินค้าและบริการควบคุม สำหรับปี 2559 รวม 45 รายการ เพิ่มเติมจากปี 2558 จำนวน 4 รายการ คือ ข้าวสาลี ลำไย ทุเรียน และมังคุด โดยที่ต้องควบคุมข้าวสาลีเนื่องจากเริ่มมีการนำเข้าในปริมาณมากขึ้น จนอาจจะกระทบต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง ส่วนการควบคุมลำไย ทุเรียน และมังคุด เพราะต้องดูแลราคารับซื้อผลไม้ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อเกษตรกร







