ห้องเสื้อนิรมล ยึดตลาดไฮเอนด์เมียนมา
ในวงการธุรกิจแฟชั่น สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ คือ เอกลักษณ์และจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร
โดย...รัชนีกร รัตนชัยฤทธิ์
ในวงการธุรกิจแฟชั่น สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ คือ เอกลักษณ์และจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งนี่เป็นเคล็ดลับที่ทำให้ “ห้องเสื้อนิรมล” สามารถขยายธุรกิจใน เมียนมาได้สำเร็จ
นิรมล จิรปิติ ผู้อำนวยการด้านการออกแบบ บริษัท นิรมลกูตู เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจว่า มาจากแม่ของเธอเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าและเปิดโรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อผ้าวรรณี ด้วยความที่คลุกคลีกับการตัดเย็บเสื้อผ้าตั้งแต่เด็กทำให้ซึมซับมาโดยไม่รู้ตัว และเธอได้ไปเรียนออกแบบเสื้อผ้าที่เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ติน คอลเลจ ออฟ อาร์ต แอนด์ ดีไซน์ ประเทศอังกฤษ ก่อนกลับมาสานต่อ กิจการของครอบครัว จนปัจจุบันขยายกิจการไปที่เมียนมาและสิงคโปร์
“เราขยายธุรกิจไปเมียนมาได้ เพราะมีผู้ใหญ่จากเมียนมาชื่นชอบชุดของร้านจึงติดต่อเข้ามา เราเลยเข้าไปทำธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นที่นั่น และไปเปิดห้องเสื้อที่เมียนมา”
นิรมล มองว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้เสื้อผ้าของเธอเข้าไปเปิดตลาดในเมียนมาและประสบความสำเร็จ เพราะเป็นรายแรกๆ ที่เข้าไป ประกอบกับยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งนิรมล บอกว่า ถือว่าเธอโชคดีที่ตอนเริ่มต้นก็ได้พบกับลูกค้าที่เป็นผู้นำการแต่งตัว และผู้ใหญ่หลายๆ คนในเมียนมา และเมื่อเสื้อผ้าของเธอมีเอกลักษณ์และแตกต่างทำให้สามารถอยู่ในตลาดเมียนมาได้
สำหรับสนนราคาเสื้อผ้าของห้องเสื้อนิรมลนั้นถือว่าค่อนข้างสูง โดยเริ่มต้นที่หลักหมื่นไปจนถึงแสน ดังนั้นลูกค้าในเมียนมาจึงเป็นระดับไฮเอนด์ และลูกค้ากลุ่มนี้มักจะใส่ชุดของนิรมลไปงานต่างๆ เช่น งานราตรี การประชุม งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ
“ด้านกลยุทธ์การตลาด เราจะให้คำปรึกษาให้ลูกค้าเข้าใจว่าห้องเสื้อนิรมลไม่ใช่แค่ขายเสื้อผ้า แต่จะดูบุคลิก สีผิว และรูปร่างของลูกค้าแต่ละคนว่าเหมาะสมกับสไตล์ไหน และตัดเย็บเสื้อผ้าให้เหมาะกับลูกค้า เรามีแพต เทิร์น ที่ดี ทำให้เสื้อผ้าที่ตัดออกมาสวยงาม ลูกค้าใส่แล้วสวย มั่นใจ ทำให้แบรนด์แข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ ได้”
สำหรับการจัดจำหน่ายสินค้า จะมีทั้งพันธมิตรทางการค้าและมีหน้าร้านของตัวเอง อีกทั้งยังใช้วิธีอัพเดทข้อมูลสินค้าบนเฟซบุ๊ก และส่งข้อมูลให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ขณะเดียวกันห้องเสื้อจะมีข้อมูลของลูกค้าที่เคยใช้บริการอยู่แล้ว เมื่อลูกค้าต้องการให้ตัดเย็บเสื้อผ้าด่วนเพื่อไปงานต่างๆ ก็สามารถสั่งสินค้าได้ทันที ไม่ต้องวัดตัวใหม่ ซึ่งทำให้สะดวกสำหรับลูกค้าใน ต่างประเทศมาก
ขณะที่ในสิงคโปร์ยังไม่มีหน้าร้าน แต่มีตัวแทนจำหน่าย โดยกลุ่มลูกค้าจะเป็นคนที่ชื่นชอบเสื้อผ้าเรียบหรู ดูดี งานละเอียด
ทั้งนี้ แม้จะมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว นิรมลก็ยังเดินหน้าประชาสัมพันธ์แบรนด์ของเธอในตลาดเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยในเมียนมาจะมีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อนิตยสาร โฆษณาผ่านบิลบอร์ด และร่วมออกงานอีเวนต์ต่างๆ ส่วนในสิงคโปร์จะเน้นการบอกปากต่อปากเป็นหลัก
นิรมล ยอมรับว่า การแข่งขันกับเสื้อผ้าแบรนด์ระดับไฮเอนด์เป็นเรื่องท้าทายไม่น้อยเช่นกัน แต่ห้องเสื้อของเธอจะเน้นจุดขายคือ การตัดเย็บที่เหมาะสมกับรูปร่างของผู้ใส่ ซึ่งต่างกับแบรนด์ที่มีเพียงไซส์ เอส เอ็ม แอล ซึ่งจุดต่างดังกล่าวทำให้ลูกค้ายังคงเลือกสินค้าคุณภาพจากห้องเสื้อนิรมลอยู่อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันอาจพูดได้ว่านิรมลประสบความสำเร็จในตลาดเมียนมาระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเธอก็บอกว่ายังมีอุปสรรคอยู่บ้างในเรื่องการขนส่งสินค้าจากไทยไปเมียนมาที่ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากระบบการนำเข้าสินค้าของเมียนมายังมีความล่าช้าในบางขั้นตอน ซึ่งทำให้บางครั้งลูกค้าได้รับสินค้าล่าช้า ดังนั้นในการตกลงซื้อขายสินค้าอาจจะต้องมีการมัดจำเพื่อป้องกันปัญหาลูกค้าเปลี่ยนใจด้วย
สำหรับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในอนาคตนั้น นิรมลคาดหวังว่าธุรกิจจะเติบโตปีละประมาณ 20% อีกทั้งมีแผนจะขยายธุรกิจไปยังเวียดนาม กัมพูชา และ สปป.ลาว ด้วย &O5532;
กุญแจความสำเร็จรู้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าทำธุรกิจด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์ต่อลูกค้าทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์และเกิดการซื้อขาย


