
ทางเลือก-ทางรอดธุรกิจไทย พลังแห่ง “ดิจิทัล” ขับเคลื่อนสู่อนาคต
บนความเปลี่ยนแปลงของโลกไร้พรมแดนที่เทคโนโลยีกำลังแสดงพลังขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าสู่มิติใหม่
บนความเปลี่ยนแปลงของโลกไร้พรมแดนที่เทคโนโลยีกำลังแสดงพลังขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าสู่มิติใหม่ ภาครัฐและยักษ์ใหญ่แห่งภาคเอกชนพร้อมผนึกกำลังในงานสัมมนา Power of Digital for Value Chain ของธนาคารกสิกรไทย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
ภายใต้นโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(Digital Economy) การเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการเปิดประตูสู่เสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนับเป็นเรื่องสำคัญที่ภาครัฐและภาคเอกชนต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญ ดังเช่น งานสัมมนา Power of Digital for Value Chain ที่ได้รับการจัดขึ้นโดยธนาคารกสิกรไทย ณ ห้องรอยัล มณียา บอลรูม โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เพื่อให้เกิดความพร้อมก้าวสู่เวทีการค้าที่เปิดกว้างในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก
“เมื่อเรากำลังก้าวสู่ AEC เราต้องพยายามปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ไม่เฉพาะตัวเอง แต่ทั้ง Value Chain เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่ง ซึ่งความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ธนาคารจึงเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญนำเสนอมุมมองให้เห็นว่า แนวโน้มเทคโนโลยีในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพื่อให้สามารถเตรียมตัวจัดการกับองค์กรของตัวเองได้ว่า ควรทำอย่างไร เพื่อให้อยู่รอดในโลกของการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล” คุณปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยกล่าวเปิดงาน
นอกจากนั้น งานสัมมนาดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมชี้ทางเลือกและทางรอด ด้วยดิจิทัลในโลกเทคโนโลยี นำโดย คุณทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้มุมมองความเห็นในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 2559 และทิศทางธุรกิจยุค Digital Economy” ว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะสามารถขยายตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนของภาครัฐในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ
ขณะที่ Digital Economy จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านทางเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต รวมทั้ง ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและต้นทุนแรงงานได้ ซึ่ง Digital Economy จะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 4 ส่วน คือ ภาครัฐต้องเป็น Information One Stop Service ให้กับภาคธุรกิจและประชาชนผ่านทางดิจิทัล , ภาคธุรกิจ ต้องเน้นเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการทำธุรกรรม Straight-Through Processing และภาคการเงิน ทั้ง Bank และ Non-Bank ที่ต้องเน้นเรื่อง e-Payment เพื่อให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ และ ในส่วนของ Payment Systems ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผลักดันการสร้าง Infrastructure เอาไว้รองรับ เพื่อให้ทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัย
ยกระดับธุรกิจไทยด้วยดิจิทัล
ไม่เพียงภาครัฐที่ร่วมสัมมนาให้มุมมองเศรษฐกิจต่อเนื่องถึงทิศทางในยุคดิจิทัล ในภาคธุรกิจต่างให้ความสนใจเข้าร่วมแสดงความเห็นในหัวข้อ “ยกระดับธุรกิจด้วยดิจิทัล” โดย คุณจำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
คุณจำรัสกล่าวถึงความพยายามผลักดันให้เกิดการยกระดับธุรกิจสู่ Digital Economy ว่า สภาอุตสาหกรรมได้ดำเนินการในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การช่วยผู้ประกอบการให้สามารถทำการค้าบนออนไลน์ และเปิดโอกาสให้เข้ามาอยู่ใน Value Chain ของสภาอุตสาหกรรมได้ รวมทั้ง การสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้กระดาษ การใช้ e-Invoice และ e-Tax ตลอดจนการตรวจสอบข้อมูลกลางของประเทศ ด้วยเทคโนโลยี SMART BAR Mobile Application เพื่อช่วยตรวจสอบมาตรฐานของสินค้า ระบุเลขอ้างอิงต่างๆได้ เช่น มอก. สมอ. เลขฮาลาล เป็นต้น
“Power ของโลก Online มีมากกว่าที่คิด การเชื่อมโยงกันของระบบ Payment เป็นเรื่องสำคัญ นวัตกรรมในการทำธุรกรรมของ Bank และ Non-Bank จะมีบทบาทอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม สุดท้ายความกล้าที่จะเปลี่ยนเป็นเรื่องสำคัญ ผู้บริหารต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ต้องกล้าที่จะผลักดันและเดินไปร่วมกัน จึงจะประสบความสำเร็จในการนำ ดิจิทัล เข้ามาใช้งานได้” คุณสุรางคณาย้ำชัดถึงความสำคัญของโลกออนไลน์ ซึ่งมีตัวเลข e-Commerce ไทยอยู่ที่ 2 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม B2C
ดิจิทัลปูทางความสำเร็จ
ขณะที่ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งภาคธุรกิจไทยเดินหน้าเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ดิจิทัลสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจ ได้แก่ คุณวรรณา สวัสดิกุล ประธานกรรมการบริหารฝ่ายธุรกิจออนไลน์ เทสโก้ โลตัส คุณกฤษณ์ อิ่มแสง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คุณรุจน์ สกลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และ คุณนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย
คุณวรรณาให้มุมมองว่า “ดิจิทัลไม่ใช่ความเสี่ยง แต่เป็นโอกาส” ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัสสามารถเข้าถึง (Reach) ลูกค้า 25 ล้านคนได้ทุกวันผ่านช่องทางดิจิทัล จากการให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางค้าปลีกให้หลากหลาย โดยเฉพาะดิจิทัลแพลทฟอร์ม เทสโก้ โลตัส มีช่องทางที่หลากหลาย ทั้งเทสโก้ โลตัส ช้อปออนไลน์ที่มีจำนวนสินค้าออนไลน์กว่า 20,000 รายการ ทั้งอาหารสด สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้า เว็บไซต์ลาซาด้า และเทสโก้ โลตัส โมบาย แอพพลิเคชั่น เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ลูกค้ายุคใหม่ที่มีความต้องการความสะดวก รวดเร็ว ในการช้อปปิ้ง ต้องสามารถซื้อของได้ทุกที่ ทุกเวลา
ส่วนคุณกฤษณ์กล่าวถึงปตท. ซึ่งประกอบด้วย Value Chain ตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันถึง Consumer ตลอดจน B2B โรงงานอุตสาหกรรม องค์กรขนาดใหญ่ ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Petroleum ว่า ในปัจจุบัน ปตท. เปลี่ยนแปลงจาก Analog สู่ยุค ดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อลูกค้า คู่ค้า และ ปตท. ทั้งความเป็นเลิศในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า การบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
“ธุรกิจยานยนต์เป็นธุรกิจต้องแข่งขันในระดับโลก และส่งออกหลายประเทศ พื้นฐานของธุรกิจเรา เน้นเรื่องของคุณภาพและประสิทธิภาพในการผลิต ความท้าทายคือ ทำอย่างไร ให้ ผู้ผลิตชิ้นส่วนของเรา ผลิตสินค้าโดยที่มี defect เป็น ศูนย์ ทำอย่างไรให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนของเราส่งสินค้าได้ตรงตามเวลาโดยที่เราไม่มีการเก็บ stock” คุณรุจน์กล่าวพร้อมยกตัวอย่างการใช้ ดิจิทัล กับ Value Chain ของโตโยต้า โดยทำงานร่วมกันกับ Supplier เพื่อที่จะมีการ Feedback Performance ของคู่ค้า ซึ่งโตโยต้าได้ให้การสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนในด้านต่างๆ ทั้งการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพชิ้นส่วน และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ในการนี้ได้มีการนำระบบการผลิตแบบ Toyota (TPS) เข้าไปปรับใช้เพื่อลดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อชั่วโมง นำไปสู่การลดสินค้าคงคลังตลอดจนพื้นที่ในการผลิตในที่สุด นอกจากนี้ยังขยายผลไปสู่ผู้ผลิตรายย่อย (Tier2) ด้วย ประโยชน์สูงสุดคือ การพัฒนาบุคลากรของผู้ผลิตชิ้นส่วน ที่จะเป็นผู้นำการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือ การสนับสนุนและมีส่วนร่วมของผู้บริหารระดับสูง ตลอดจนการมีส่วนร่วมจากพนักงานทุกระดับ
คุณนพวรรณกล่าวปิดท้ายถึงความสำคัญของ ดิจิทัล “ทุกคนรับรู้เรื่อง ดิจิทัล เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ต้องกระโดดเข้าใส่ แต้มต่อของธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไป จำเป็นต้องปรับ Business Model หันมาใช้ ดิจิทัล ให้มากขึ้น และไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่ต้องใช้ Data ที่ได้ให้ดีด้วยเช่นกัน ที่สำคัญต้องไม่ลืมเรื่องที่ไม่ใช่ดิจิทัลด้วย คือ เราต้องพัฒนาคนไปด้วยเช่นกัน”
บทสรุปแห่งความเปลี่ยนแปลงของการนำดิจิทัลขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ ไม่เพียงการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ยังอยู่ที่ความร่วมมือและการปรับตัวของ “คน” ภายในองค์กร







