
สิงคโปร์ดันรัฐลงทุนรายย่อย
หนุนเอสเอ็มอีให้เป็นที่ยอมรับ ฟื้นภาพลักษณ์และความมั่นใจ
หนุนเอสเอ็มอีให้เป็นที่ยอมรับ ฟื้นภาพลักษณ์และความมั่นใจ
สิงคโปร์เผยผลประเมินธุรกิจ ชี้รัฐควรลงทุนธุรกิจ แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว
เว็บไซต์เอเชียวัน บิซิเนส นิวส์ ในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บรรดาภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในสิงคโปร์ ให้ความสนใจเอกสารประเมินผลการดำเนินการทางธุรกิจที่ออกโดยสมาพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์ (เอสบีเอฟ) ซึ่งจะอำนวยความสะดวกต่อการพิจารณาลงทุนกองทุนบำนาญของรัฐบาลในตลาดหุ้นสิงคโปร์ และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างรัฐบาลและรายย่อยเพิ่มขึ้น
คลินตัน อัง กรรมการผู้จัดการของ ฮอค ตอง บี ธุรกิจโรงกลั่นไวน์ ระบุเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศ โดยเฉพาะรายย่อยที่เจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจ และไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากภาคธุรกิจอื่น โดยก่อนหน้านี้ คลินตัน อัง สนับสนุนรัฐบาลให้เข้ามาถือหุ้นของธุรกิจรายย่อยมาโดยตลอด
“บรรษัทลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ (จีไอซี) และเทมาเซก โฮลดิ้งส์ ไม่สามารถเข้ามาลงทุนในธุรกิจเอสเอ็มอีได้ทุกราย แต่กองทุนดังกล่าวสามารถเลือกได้ว่าจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจรายใด ซึ่งจะช่วยให้รายย่อยในสิงคโปร์เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ผมมองว่าการลงทุนนี้มีความสำคัญอย่างมาก” อังย้ำ
อัง ยังกล่าวด้วยว่า การดึงรัฐบาลให้เข้ามาถือหุ้นของธุรกิจรายย่อยคือประเด็นสำคัญที่สุด พร้อมตั้งคำถามว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นอย่างไรในมุมมองของรัฐบาลสิงคโปร์
อย่างไรก็ดี การที่รัฐบาลสนใจลงทุนในรายย่อยไม่เพียงแต่จะสร้างความมั่นใจทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นภาพลักษณ์ของธุรกิจและผลิตภัณฑ์ด้วย
นอกจากนี้ เอกสารการประเมินธุรกิจของเอสบีเอฟยังเปิดเผยว่า บรรดารายย่อยยังให้ความสนใจกับการบริหารจัดการแรงงานด้วย โดยเฉพาะการจ้างงานแรงงานจากต่างประเทศ หลังรัฐบาลพยายามควบคุมการจ้างแรงงานต่างด้าว และบังคับใช้นโยบายการเข้าเมือง
เอกสารดังกล่าวเสนอแนะให้รัฐบาลสิงคโปร์พิจารณาเปิดรับแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้นอีก ในตำแหน่งที่แรงงานท้องถิ่นไม่มีทักษะในด้านนั้นๆ หรือในงานที่ชาวสิงคโปร์ไม่ต้องการทำ ซึ่งการเปิดรับแรงงานต่างด้าวเพิ่มจะช่วยให้แรงงานในประเทศมีเวลาในการพัฒนาทักษะทางอาชีพ ตลอดจนสร้างความน่าสนใจทางธุรกิจด้วย
เคนนี่ ยัพ กรรมการผู้จัดการของเฉียน หู คอร์ป ธุรกิจการประมงรายใหญ่ในสิงคโปร์ ระบุการบริหารแรงงานให้เหมาะสมกับตำแหน่ง และรักษาธุรกิจให้มีเสถียรภาพนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากหากไม่มีการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างที่กำลังประสบปัญหาการจ้างแรงงานทั้งในประเทศและต่างด้าว







