posttoday
บีโอไอปรับแผนลงทุน ในอาเซียน

บีโอไอปรับแผนลงทุน ในอาเซียน

13 มกราคม 2559

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนไทยจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจออกไปลงทุนในต่างประเทศ

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนไทยจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่กลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลมองเห็นและพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ชี้ให้เห็นว่า แนวโน้มจำนวนนักลงทุนไทยที่สนใจออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจอย่างมาก

ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวบรวมมูลค่าทุนไทยที่ออกไปลงทุนในประเทศอาเซียน พบว่าขณะนี้มีสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเข้ามาลงทุนในไทย โดย
ในปี 2557 ทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศมากถึง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนมูลค่าทุนจากต่างประเทศมาลงทุนไทยอยู่แค่ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ตัวเลขการออกไปลงทุนต่างประเทศของนักลงทุนไทยในช่วง 9 เดือนของปี 2558 พบว่า ตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศมาไทยอยู่ที่ 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับแนวโน้มที่นักลงทุนไทยจะออกไปลงทุนต่างประเทศกำลังมีสัดส่วนที่เปลี่ยนไป เมื่อเทียบกับยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้สัดส่วนอาจจะขยับขึ้นมาแตะระดับใกล้กัน เนื่องจากนโยบายไทยแลนด์พลัสวันของญี่ปุ่นที่มีนโยบายให้ขยายฐานการลงทุนจากไทยเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นและส่วนหนึ่งมาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

“การที่เศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้านหล่านี้กำลังเบ่งบาน และการที่ประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้เพิ่งเปิดประเทศ จึงทำให้มีสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ออกมามากกว่าไทย เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้จึงยั่วยวนให้นักลงทุนไทยรุ่นใหม่ๆ กล้าตัดสินใจหิ้วกระเป๋าเข้าไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มนี้” โชคดี ระบุ

อย่างไรก็ตาม บีโอไอไม่มีอำนาจหน้าที่ในการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไทยที่จะออกไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน แต่จากเทรนด์ที่เห็นสิ่งที่บีโอไอจะทำได้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีจำนวนผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นในปีนี้คือ การให้ข้อมูลในเชิงลึกมากขึ้น และให้คำแนะนำเจาะลึกย่อยลงไปในแต่ละภาคส่วน ทั้งตัวอุตสาหกรรมและให้ข้อมูลการลงทุนในแต่ละเมืองที่เหมาะสมกับสินค้าที่จะไปลงทุน เป็นต้น

ทั้งนี้ เบื้องต้นบีโอไอจะเน้นให้การส่งเสริมผู้ประกอบการในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สามารถและมั่นใจในการออกไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมหรือธุรกิจรายใหญ่ที่เข้าไปลงทุนก่อนหน้าให้ได้

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านที่บีโอไอ มองว่ามีศักยภาพและมีความน่าสนใจเป็นดาวรุ่งในการออกไปลงทุน คือ เมียนมา เพราะเพิ่งเปิดประเทศ อีกทั้งยังมีโครงสร้างและศักยภาพที่ใกล้เคียงกับไทยในอดีต ทำให้ง่ายต่อการเชื่อมโยงภาคการผลิตระหว่างกัน ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่บีโอไอเน้นโฟกัสสนับสนุนให้ไปลงทุนเพื่อนบ้าน ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหาร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะต่างๆ

ขณะที่การลงทุนจากเพื่อนบ้านอาเซียนที่เข้ามาลงทุนในไทยส่วนใหญ่มาจากกลุ่มทุนสิงคโปร์ โดยกลุ่มทุนสิงคโปร์ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมซ่อมอากาศยาน
และลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ รวมถึงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเครื่องจักร ส่วนกลุ่มทุนจากเพื่อนบ้านที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยรองลงมาคือ มาเลเซียและอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ บีโอไอยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนด้วย โดยช่วงที่ผ่านมามีนักลงทุนที่ยื่นขอรับส่งเสริมแล้วรวม 8 ราย รวมมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 422 ล้านบาท และได้รับการอนุมัติให้การส่งเสริมแล้ว 6 โครงการ เป็นโครงการผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม 4 โครงการ โครงการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ 1 โครงการ และโครงการผลิตยางแผ่น 1 โครงการ

ทั้งนี้ จะเห็นว่าในปีนี้บีโอไอจะพยายามเดินเกมรุกทั้งการสนับสนุนให้ออกไปลงทุนเพื่อนบ้านและการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยใช้เป็นสนามทดสอบและสะพานก้าวเข้าไปสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายและสะดวกขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย