
ซีไอเอ็มบีไทยเปิดศึกชิงลูกค้ารายย่อย
ซีไอเอ็มบี ไทย ขยายฐานสินเชื่อบุคคลกลุ่มรายได้ 2 หมื่นขึ้นไป กดเอ็นพีแอลต่ำ 2%
ซีไอเอ็มบี ไทย ขยายฐานสินเชื่อบุคคลกลุ่มรายได้ 2 หมื่นขึ้นไป กดเอ็นพีแอลต่ำ 2%
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อบุคคลปล่อยใหม่ปีนี้ 8,000 ล้านบาท เติบโต 20% จาก 6,000 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว โดยธนาคารจะเลือกกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 2 หมื่นบาทขึ้นไป ที่ยังมีความต้องการเงินสดเพื่อหมุนเวียนในการใช้จ่ายและมีความสามารถในการชำระหนี้
ทั้งนี้ หลังจากธนาคารมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มรายได้สูงขึ้นเข้ามาในสัดส่วน 70% ของลูกค้าใหม่ พบว่าคุณภาพหนี้ในพอร์ตสินเชื่อดีขึ้นมาก สะท้อนว่าคนรายได้ 2 หมื่นบาทขึ้นไปเป็นกลุ่มลูกค้ามีศักยภาพและคุณภาพดี และเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักสำคัญ แทนผู้มีรายได้ขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ที่มีภาระหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น
สำหรับแผนการรุกลูกค้าสินเชื่อบุคคลกลุ่ม 2 หมื่นบาทขึ้นไป ได้ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ โดยผู้กู้ในระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน คิดดอกเบี้ยเพียง 9% ขณะที่คนรายได้ 3 หมื่นบาท ผ่อน 3 ปี คิดดอกเบี้ย 15% และถ้าผ่อน 5 ปี คิดดอกเบี้ย 18% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลในระบบที่กำหนดให้คิดได้ไม่เกิน 28%
นอกจากนี้ ธนาคารยังพัฒนากระบวนการทำงานรูปแบบใหม่ โดยใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล โซลูชั่น เอ็นเกจเมนต์ (ดีเอสอี) ให้บริการอนุมัติสินเชื่อนอกสถานที่ รู้ผลภายใน 15 นาที โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว จับกลุ่มผู้มีรายได้ประจำ 2 หมื่นบาทขึ้นไป ให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้แต่ไม่เกิน 1.5 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นธนาคารมีเครื่องบริการดีเอสอี 10 เครื่อง กระจายไปให้บริการในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าชานเมือง งานมหกรรมการเงิน รวมทั้งเจาะกลุ่มลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ซึ่งธนาคารจะไปตั้งบูธยังที่ทำงานของลูกค้า ซึ่งหากมีบัญชีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย รับเงินใน 1 วัน ถ้าบัญชีธนาคารอื่นใช้เวลา 2 วัน
สำหรับหลักเกณฑ์การอนุมัติยังคงเดิม ซึ่งบัตรประชาชนใบเดียวนั้นจะเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลเครดิตบูโรของลูกค้าและผ่านระบบคัดกรองสินเชื่อตามมาตรฐานปกติ และในอนาคตจะพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่น ซึ่งขณะนี้กำลังหารือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับกระบวนการพิสูจน์ตัวตน (เควายซี) ของผู้ขอสินเชื่อ
“คุณภาพพอร์ตที่ดีขึ้นจากการมุ่งเน้นคนเงินเดือน 2 หมื่นบาทขึ้นไป เชื่อว่าจะทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่อไม่มีหลักประกันในสิ้นปี 2559 ลดลงมาต่ำกว่า 2% จาก 2.8% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว” นายอดิศร กล่าว
อย่างไรก็ดี แผนงานสินเชื่อรายย่อยในปี 2559 ตั้งเป้าขยายสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 22% เทียบกับปีก่อนหน้า แบ่งเป็นสินเชื่อบ้าน 1.4 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อไม่มีหลักประกัน 8,000 ล้านบาท ทำให้ยอดคงค้างสินเชื่อรายย่อยสิ้นปีอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท เติบโต 11% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เหมาะสม ไม่รุกเกินไปในภาวะเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน







