posttoday
BANPUปั๊มกระแสเงินสด

BANPUปั๊มกระแสเงินสด

09 มกราคม 2559

บ้านปูเดินหน้าสร้างกระแสเงินสดบวก ล่าสุดตุนไว้ 510 ล้านเหรียญ รองรับการดำเนินงาน 5 ปี

บ้านปูเดินหน้าสร้างกระแสเงินสดบวก ล่าสุดตุนไว้ 510 ล้านเหรียญ รองรับการดำเนินงาน 5 ปี

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า บริษัทใช้นโยบายการบริหารงานเชิงรุกที่มุ่งสร้างกระแสเงินสดให้เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยการควบคุมต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

ทั้งนี้ บ้านปูให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน โดย ณ เดือน ก.ย. 2558 บริษัทมีเงินสด 510 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับแผนกลยุทธ์ระยะ 5 ปีข้างหน้า ครอบคลุมการดำเนินงานระหว่างปี 2559-2563 บริษัทมีแผนที่จะปรับลดการลงทุนให้อยู่ที่ระดับ 554 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับการลงทุนที่ 717 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปี 2555-2558 จะเน้นเฉพาะการลงทุนที่จำเป็นและต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจไฟฟ้า

“บริษัทจะยังคงสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และได้ประโยชน์จากต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง การลดต้นทุนและลดค่าใช้จ่าย และการเริ่มรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าหงสา” นางสมฤดี กล่าว

นอกจากนั้นอยู่ระหว่างการนำบริษัท บ้านปูเพาเวอร์ (BPP) เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2559 ทั้งนี้ BPP ลงทุนในโรงไฟฟ้าและโครงการผลิตไฟฟ้าต่างๆ ในเอเชีย และภายในปี 2561 จะมีกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือครองรวมทั้งสิ้น 2.3 กิกะวัตต์ ซึ่งการขายไอพีโอของ BPP จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ลดภาระหนี้ ทำให้โครงสร้างเงินทุนของบ้านปูฯ แข็งแรงยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัท บ้านปู มีแผนเพิ่มการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนและธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างสมดุล รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำด้วยการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ขานรับความต้องการของลูกค้าในตลาดพรีเมียมอีกด้วย

ล่าสุด บริษัท บ้านปู ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันที่ระดับ “A+” จากทริส เรทติ้ง และแนวโน้มอันดับเครดิตหรือ “คงที่” เน้นความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการเงินลงทุนและกลยุทธ์การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจไฟฟ้าที่มีแนวโน้มสดใส

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่