
เปิดความสำเร็จ มารวย เรียลเอสเตท
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่บริษัท มารวย เรียลเอสเตท
โดย...จะเรียม สำรวจ
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่บริษัท มารวย เรียลเอสเตท ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของภาคตะวันออกก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ ด้วยการมีรายได้เติบโตสูงถึง 25% เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบในตลาดต่างจังหวัดยังคงได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประกอบกับบริษัท มารวยฯ มีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบ จึงทำให้ภาพรวมผลประกอบการเติบโตสวนกระแสภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
หนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้บริษัท มารวยฯ ประสบความสำเร็จในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนทำให้เป็นผู้นำในภาคตะวันออก คือ การสร้างเสร็จก่อนขาย ขณะเดียวกันก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าด้วยการให้พื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสมกับราคา เช่น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 128 ตร.ม. ขายในราคา 2.79 ล้านบาท ซึ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาดที่ระดับราคาขายเท่ากัน แต่พื้นที่ใช้สอยของบริษัท มารวยฯ จะมากกว่า ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้ที่อยู่อาศัยที่บริษัท มารวยฯ พัฒนาเข้ามาทำตลาด ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ต่างได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
นวณัฐ สุขะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมารวย เรียลเอสเตท บริษัทในเครือ วิจิตรา กรุ๊ป กล่าวว่า สินค้าของบริษัทที่ขายได้ส่วนใหญ่จะมาจากลูกค้าบอกต่อกัน เช่น บอกต่อเพื่อน บอกต่อญาติพี่น้องให้มาซื้อ เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ กัน บางคนซื้อหลังแรกไปแล้วกลับมาซื้อหลังที่สองก็มี สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือเป็นจุดเด่นของการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในตลาดต่างจังหวัด
อย่างไรก็ดี เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากขึ้น บริษัท มารวยฯ ได้เตรียมจับมือกับบริษัท เอสซีจี นำเทคโนโลยีการสร้างบ้านสำเร็จรูปจากประเทศเยอรมนีเข้ามาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง จากเดิมก่อสร้างบ้าน 1 หลังใช้เวลา 6 เดือน ก็จะปรับลดเหลือ 3 เดือน
นวณัฐ กล่าวต่อว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพของสินค้า เช่นเดียวกับรูปแบบของธุรกิจที่ยังคงเน้นไปที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออก ซึ่งหลังจากบริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับตลาด จ.ชลบุรี นับจากนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับตลาด จ.ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว มากขึ้น เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออก
ปัจจุบันบริษัท มารวยฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบใน จ.ชลบุรี และฉะเชิงเทรา อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่เข้าทำตลาดไปทั้งหมด 4 โครงการ คือ โครงการวิจิตราธานีโซนทอสคาน่า บางนา โครงการบ้านมารวย โสธร 3 โครงการบ้านมารวย แหลมฉบัง และอาคารพาณิชย์บ้านปู รวมมูลค่า 4 โครงการที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากเปิดขายทั้ง 4 โครงการได้ผลการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นที่น่าพอใจ
จากความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท มารวยฯ มีแผนที่จะเดินหน้าโครงการใหม่ในปี 2559 ต่อเนื่องทันทีอีก 4 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 3,100 ล้านบาท โดยยังคงยึดทำเลภาคตะวันออกเป็นหัวหาดสำคัญในการทำตลาด ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยว ริมแม่น้ำบางปะกง โครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด อ่อนนุช-ลาดกระบัง โครงการบ้านเดี่ยว มารวย อรัญฯ และโครงการบ้านเดี่ยวมารวยฉะเชิงเทรา
นวณัฐ กล่าวต่อว่า นอกจากบริษัทจะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่องแล้ว ขณะเดียวกันบริษัทก็จะให้ความสำคัญในด้านของความสุขกับพนักงานและลูกค้าผ่าน 3 แนวคิด คือ 1.แฮปปี้ คัสตอมเมอร์ 2.แฮปปี้ ทีม 3.แฮปปี้ โฮม และ 4.แฮปปี้ โซไซตี้
ด้วยกลยุทธ์ที่ต้องการให้ลูกค้าและพนักงานมีความสุข ประกอบกับในแต่ละปีบริษัท มารวยฯ เดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง นวณัฐมั่นใจว่านับจากปี 2559 เป็นต้นไปธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จากปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท
แต่หากมองภาพรวมของรายได้ของวิจิตรา กรุ๊ป นวณัฐคาดการณ์ว่า อีก 4-5 ปีข้างหน้าจะมีรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาทอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีรายได้ที่มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังมีรายได้จากธุรกิจกลุ่มพลังงาน เครื่องจักรยนต์ เรือตรวจการณ์ และกลุ่มธุรกิจการเกษตร ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจต่างมุ่งขยายธุรกิจให้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของธุรกิจพลังงานมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปสู่โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก และโซลาร์เซลล์ ส่วนธุรกิจการเกษตรจะทำการขยายตลาดกลุ่มสินค้าอาหารสัตว์ไปทั่วโลก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เตรียมขยายไปยังตลาดอื่นๆ ด้วย







