
ปัญหาจากบริการ เจ็บป่วยฉุกเฉิน
ระบบการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ถือเป็นหนึ่งในสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับบริการอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม แต่ที่ผ่านมายังพบปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลที่สูง เหตุผลสำคัญน่าจะมาจากการยังไม่มีกฎหมายบังคับที่คุมราคาค่ารักษาพยาบาลที่ชัดเจน
ระบบการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ถือเป็นหนึ่งในสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับบริการอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม แต่ที่ผ่านมายังพบปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลที่สูง เหตุผลสำคัญน่าจะมาจากการยังไม่มีกฎหมายบังคับที่คุมราคาค่ารักษาพยาบาลที่ชัดเจน
ในงานเสวนาเรื่อง “สภาผู้บริโภคประเด็นบริการสุขภาพและสรุปบทเรียนการมีส่วนร่วมพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ กรณีเข้ารับการบริการฉุกเฉิน” ที่จัดขึ้นโดยคณะอนุกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน ด้านบริการสุขภาพ โดยในเวทีได้มีการนำเสนอถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน
ในเวทีได้มีการเสนอผลวิจัยเรื่องค่าใช้จ่ายกรณีรับบริการสุขภาพ โดยรวบรวมเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน ในช่วงปี 2558 พบว่า ผู้ป่วยฉุกเฉินกรณีเข้ารับการรักษากับสถานพยาบาลเอกชนหรือสถานพยาบาลนอกสิทธิ สามารถเบิกเงินคืนได้ในจำนวนเงินที่น้อยมาก ยกตัวอย่างโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเรียกเก็บค่ารักษาจากผู้ป่วย 3 แสนบาท แต่สามารถเบิกคืนได้เพียง 1.05 หมื่นบาท ไม่ถึง 5% ของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
ในภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉิน บางครั้งผู้ป่วยไม่มีโอกาสที่จะเลือกใช้เฉพาะสถานพยาบาลตามสิทธิหรือสถานพยาบาลของรัฐ จำเป็นต้องเลือกใช้บริการสถานพยาบาลที่พร้อมและอยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งอาจเป็นสถานพยาบาลเอกชน ดังนั้นหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องนี้ต้องมีมาตรการที่ทำให้สถานพยาบาลเอกชนให้การรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินที่ใช้สิทธิอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม คำนึงถึงการรักษาพยาบาลก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นค่อยดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องต่อไป
นอกจากนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ที่ทำหน้าที่ดูแลบริการสายด่วนผู้ป่วยฉุกเฉิน 1669 ต้องทำหลักเกณฑ์วิกฤตฉุกเฉินที่ชัดเจน เพื่อให้ทั้งสถานพยาบาลทุกแห่งและประชาชนเข้าใจเป็นมาตรฐานเดียวกัน







