posttoday
ค่ายรถอั้นไม่ขึ้นราคา ผวาตลาดช็อกภาษีใหม่

ค่ายรถอั้นไม่ขึ้นราคา ผวาตลาดช็อกภาษีใหม่

05 มกราคม 2559

ภายหลังการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นมา

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ภายหลังการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นมา เหล่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้เริ่มทยอยประกาศราคาใหม่รถยนต์แต่ละรุ่นออกมาอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน โดยใช้ฤกษ์วันเปิดทำงานวันแรกของช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ หรือวันที่ 4 ม.ค.

คาดการณ์ก่อนหน้านี้จากหลายฝ่าย มองว่าการปรับราคาครั้งนี้จะเป็นการปรับขึ้นยกแผงทั้งกระดาน ตามผลของภาษีที่จะต้องเสียเพิ่มขึ้น ทำให้มีผลต่อราคาต้องเพิ่มขึ้นตามโดยปริยาย ซึ่งอีกกระแสหนึ่งได้มีการคาดการณ์ว่าเหล่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะตรึงราคาไว้ไม่ให้มีผลกระทบต่อตลาดมากนัก

เมื่อบทสรุปออกมา ณ วันที่ 4 ม.ค. 2559 กับตัวเลขราคาของรถยนต์รุ่นยอดนิยมหลายรุ่นไม่มีการปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บี-เซ็กเมนต์) ที่เป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่งนั้น ไม่มีการปรับขึ้นราคาในรุ่นหลัก แต่มีเล็กน้อยในรุ่นเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติ (ซีเอ็นจี) เหตุเพราะการสนับสนุนทางด้านภาษีลดลงจากเดิมเล็กน้อย

เห็นได้ว่าการกู้สถานการณ์ตลาดรถในกลุ่มบี-เซ็กเมนต์ ที่อยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปีตั้งแต่โครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกดึงกำลังซื้อไปล่วงหน้า และยังมาต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2558 ที่มีผลทางด้านจิตวิทยาการตัดสินใจซื้อก่อนการปรับขึ้นราคาจึงดึงกำลังซื้อไปล่วงหน้าเช่นเดียวกัน น่าจะพอทุเลาความรุนแรงของตลาดนี้ที่ชะลอตัวลงไปได้บ้าง

แต่กระนั้น บทสรุปที่ออกมาเป็นเช่นนี้อาจดูเหมือนมีนัยแฝงอะไรบางอย่างที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ระยะสั้น ที่เมื่อช่วงแรกนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อาจไม่ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดโดยแท้จริง หากแต่อาจจะเป็นเพียงการปรับโฉมผลิตภัณฑ์เพื่อให้เข้าข่ายกับการรับสิทธิในโครงสร้างภาษีใหม่เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผลประโยชน์ที่ผู้บริโภคควรจะได้รับอย่างที่ควรจะเป็นนั้นกลับลดลงไป

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เพราะระยะเวลาของผลิตภัณฑ์ (ไลฟ์ไทม์) แต่ละตัวนั้นมีอายุอย่างน้อย 5-8 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์ ซึ่งจากการตรวจสอบดูแล้วนั้นไลฟ์ไทม์ดังกล่าวในตลาดนั้นยังเหลืออยู่อีกค่อนข้างยาวนาน

นอกจากนั้น ต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่แต่ละรุ่นนั้นต้องใช้เงินลงทุนมูลค่ามหาศาล ไม่เว้นแม้กระทั่งการเพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐาน หรืออุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งล้วนมีผลต่อค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือน้ำหนักตัวรถที่จะเพิ่มขึ้นตามมา

เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่า การดึงผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายอยู่ในต่างประเทศมาพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้เข้ากับประเทศไทยนั้น อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ที่สุด หากไม่เช่นนั้นแล้วการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในช่วงระยะเวลานี้อาจได้เห็นการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน

ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมมาปรับเปลี่ยนอะไรเล็กน้อยเพื่อให้เข้าข่ายการรับสิทธิในโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ อาทิ การใช้เครื่องยนต์เล็กลงบนพื้นฐานตัวถังเดิม การเพิ่มระบบมาตรฐานความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งหากทั้งสองทางเลือกดังกล่าวนั้นอยู่บนพื้นฐานความจริงที่สามารถเป็นไปได้โดยไม่ได้ฝืนความจริงนั้น คงจะเป็นสิ่งที่รับได้

ขณะที่อีกหนึ่งความน่าจะเป็นในการตรึงราคาในหลากหลายรุ่นครั้งนี้ คาดว่าจะมีการลดการใช้โปรโมชั่นในการทำตลาดไม่ให้กระทบราคาขายที่แท้จริง เนื่องจากหากกระทบราคาแท้จริงนั้น ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์มีผลกระทบทางจิตวิทยาเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด

หากเป็นเช่นนั้นจริง ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้อาจไม่ได้รับโปรโมชั่นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา นั่นจึงอาจเป็นประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับลดลง แต่ในทางกลับกันนั้นจะเป็นจุดพลิกผันสำคัญในการปรับความเคยชินของตลาดที่มีต่อโปรโมชั่น ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติตามที่ควรจะเป็นตั้งแต่ต้นปี 2558 ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์

ส่วนการคาดการณ์ที่เคยจับจ้องต่อตลาดรถในกลุ่มบี-เซ็กเมนต์ ว่าจะเสียส่วนแบ่งตลาดไปให้รถยนต์อีโคคาร์ เนื่องด้วยการได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีที่ดีกว่า ทำให้ราคาถูกกว่า และมีช่องว่างราคาที่ห่างกัน เป็นเหตุผลในการตัดสินใจเลือกรถยนต์อีโคคาร์แทนรถบี-เซ็กเมนต์ แล้วนั้น อาจจะต้องเปลี่ยนไปในระยะสั้น เมื่อบทสรุปทางด้านราคาเป็นเช่นนี้

ดังนั้น จึงต้องจับตาสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไปเมื่อผู้เล่นยอมเฉือนเนื้อ ลดโปรโมชั่น หั่นกำไรลง เพื่อกู้สถานการณ์ตลาดไม่ให้อยู่ในภาวะช็อกชะงักงันราคาเอาไว้ แต่การคาดการณ์ด้านยอดขายในช่วงไตรมาส 1/2559 นั้น ทุกฝ่ายมองเห็นตรงกันว่าจะมีการชะลอตัวจากการดึงกำลังซื้อล่วงหน้าไปไว้ในช่วงไตรมาส 4/2558 ไม่เปลี่ยนแปลง

แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือ มีแนวโน้มถึงสถานการณ์ตลาดที่อาจชะลอตัวลดลง เมื่อราคาที่ควรจะขึ้นไม่ได้ขึ้นอย่างรุนแรงอย่างที่คิดไว้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามผลตอบรับของตลาดว่าจะเป็นเช่นไร

สรุปแล้วจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เชื่อได้ว่า การตรึงราคาครั้งนี้ยังเป็นการ “เผาหลอก” ไม่ปรับขึ้นราคาให้ตายใจอยู่ แต่หลังจากนี้ “เผาจริง” ที่ถือโอกาสในการปรับขึ้นราคา พร้อมปรับโฉม จึงเป็นสิ่งที่อาจต้องกังวลมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่