
ปี 2016…อีกหนึ่งปีแห่งการแข็งค่าของดอลลาร์
โดย...พรวลี พิลาวรรณ
โดย...พรวลี พิลาวรรณ
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.90-36.20 ในสัปดาห์นี้เข้าสู่สัปดาห์แรกของปี 2016 เราคาดว่าทิศทางค่าเงินบาทจะยังเป็นการเคลื่อนไหวในกรอบที่ใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยระหว่างสัปดาห์มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญอย่าง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของประเทศหลักของทั้งจีน สหรัฐ และยูโรโซน รวมไปถึงยอดคำสั่งซื้อสินคงทนจากสหรัฐ และตัวเลขสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจอย่างการจ้างงานภาคนอกเกษตรของสหรัฐ ในช่วงวันศุกร์กลางคืน (ตลาดคาดว่าการจ้างงานเดือน ธ.ค.จะเพิ่มขึ้น 2 แสนตำแหน่ง จากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 2.11 แสนตำแหน่ง)
ขณะเดียวกัน ยังมีการเผยแพร่บันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุมมองของคณะกรรมการต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของสหรัฐ รวมถึงคำใบ้ในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อๆ ไป ดังนั้น หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอยู่ในแนวโน้มที่ดี และบันทึกดังกล่าวมีท่าทีที่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และส่งสัญญาณว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่เหมาะสมแม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องขึ้นเร็ว เราจึงอาจเห็นเงินดอลลาร์กลับมาเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นมาได้บ้าง หลังจากที่สองสัปดาห์ก่อนสิ้นปีเราเห็นเงินดอลลาร์โน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จากการที่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. และนักลงทุนเชื่อว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของสหรัฐจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้ในช่วงสั้นมีแรงขายเงินดอลลาร์เพื่อทำกำไรก่อนเข้าสู่วันหยุดช่วงปลายปี
สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในปี 2016 กสิกรไทยมองว่าค่าเงินบาทจะยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบประเทศหลักอื่นๆ รวมทั้งเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวได้ช้ากว่าสหรัฐมาก ดังนั้น การที่ธนาคารกลางสหรัฐเข้าสู่วัฏจักรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2016 จะทำให้ทิศทางนโยบายการเงินที่แตกต่างกันระหว่างไทยกับสหรัฐเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนอาจมีความต้องการปรับเปลี่ยนการลงทุนบางส่วน เพื่อไปลงทุนในสหรัฐ ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า
นอกจากนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนยังถือเป็นอีกปัจจัยที่จะกดดันตะกร้าสกุลเงินเอเชียโดยรวมอยู่ เนื่องจากจีนถือเป็นประเทศคู่ค้าหลักของประเทศในภูมิภาคนี้ และทางการจีนยังจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปและป้องกันไม่เศรษฐกิจชะลอตัวลงไปมากกว่านี้ แนวโน้มดังกล่าวจึงควรจะสะท้อนอยู่ในทิศทางค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งในทางอ้อมจะกดดันสกุลเงินเอเชียให้อ่อนค่าลงด้วย
ดังนั้น เราจึงคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไปแตะระดับ 36.75 ณ ปลายไตรมาส 1/2016 ก่อนจะทยอยอ่อนค่าต่อเนื่องไปแตะระดับ 38.00 ณ ปลายปี 2016







