
ปีทองการลงทุน
คำประกาศของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ระบุว่า ปีนี้จะเป็นปีทองการลงทุน ก่อให้เกิดความหวัง และการเกาะติดการทำงานของรัฐบาลให้เกิดผลสัมฤทธิ์
คำประกาศของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ระบุว่า ปีนี้จะเป็นปีทองการลงทุน ก่อให้เกิดความหวัง และการเกาะติดการทำงานของรัฐบาลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพราะหากมีการเร่งรัดการลงทุนให้เกิดขึ้น ย่อมจะดึงภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
เมื่อลงลึกไปในรายละเอียดจะพบเงินลงทุนภาครัฐก้อนโตตามแผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่มูลค่า 1.79 ล้านล้านบาท ไม่นับเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจอีกร่วม 5.3 แสนล้านบาท ที่มาสเตอร์แพลนของรัฐบาลจะเร่งรัดให้ออกมานั้น มีผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตจากภายใน ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกที่ยังรุนแรงอยู่ เพราะสามารถลากพาให้การลงทุนเอกชนขยับตาม
มีการประเมินภาพว่า นอกจากงบค้างท่อที่เหลืออยู่ 1.5 แสนล้านบาทแล้ว ในครึ่งปีหลังจะมีเงินลงทุนภาครัฐลงไปไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาทแน่นอน
เมื่อสแกนภาพการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ จะพบว่ามีโครงการที่จะดาหน้าเข้าสู่การประกวดราคาเต็มไปหมด
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางจิระ–ขอนแก่น 2.6 หมื่นล้านบาท กลุ่มกิจการร่วมซีเคซีเอชเสนอราคาต่ำสุด 23,444 ล้านบาทไปแล้ว
โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายพัทยา–มาบตาพุด 2.02 หมื่นล้านบาท เปิดประกวดราคาได้ผู้รับเหมาแล้ว 3 ตอน จากทั้งหมด 13 ตอน มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน–สระบุรี–นครราชสีมา 8.46 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างประกวดราคาในช่วงเดือน มี.ค. 2559
ท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) แหลมฉบัง 1,860 ล้านบาท คาดว่าจะจัดประกวดราคาในไตรมาสแรก
ศูนย์ขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะ 1 วงเงิน 2,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงร่างทีโออาร์
การก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2 วงเงิน 5.16 หมื่นล้านบาท จะประกวดราคาได้ไตรมาสแรก
โครงการรถไฟทางคู่ มาบกะเบา–ชุมทางถนนจิระ 2.98 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)
รถไฟทางคู่ นครปฐม–หัวหิน 2 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างจัดทำอีไอเอ รถไฟทางคู่ ประจวบฯ–ชุมพร 1.72 หมื่นล้านบาท จะเปิดประกวดราคาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 เช่นเดียวกับรถไฟทางคู่ ลพบุรี–ปากน้ำโพ 2.48 หมื่นล้านบาท อยู่ในขั้นตอนจัดทำอีไอเอ
รถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน (1.435 เมตร) หนองคาย–ขอนแก่น–นครราชสีมา–แก่งคอย–ฉะเชิงเทรา–ศรีราชา–มาบตาพุด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-จีน ที่เรียกเสียงฮือฮา อยู่ระหว่างออกแบบโครงการและสรุปรายละเอียด แม้จะมีปัญหาในเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงลิ่วถึง 2.5% และวงเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 5 แสนล้านบาท แต่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเดือน พ.ค. 2559 ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่งคอย และช่วงที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา
รถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน ช่วงกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง และกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ หรือเรียกกันว่า รถไฟไทย–ญี่ปุ่น ล่าสุดมีการลงนามกรอบความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นไปแล้ว เพื่อพัฒนาเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ เส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง และกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ มีการปรับปรุงเส้นทางเดินรถเดิม เชื่อมต่อเส้นทางกับประเทศเพื่อนบ้าน และจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างไทย-ญี่ปุ่น เพื่อบริหารการเดินรถให้แล้วเสร็จในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559
รถไฟทางคู่ขนาดทางมาตรฐาน กรุงเทพฯ–หัวหิน 9.46 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างปรับปรุงอีไอเอ
รถไฟทางคู่ขนาดทางมาตรฐาน กรุงเทพฯ–ระยอง 1.52 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างปรับปรุงอีไอเอ
ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ–มีนบุรี 9.5 หมื่นล้านบาท ตามแผนจะดำเนินการเปิดประกวดราคาในเดือน พ.ค. 2559
รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย–มีนบุรี 5.66 หมื่นล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว–สำโรง 5.46 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพีพีพี และจะประกวดราคาแน่นอนภายในปี 2559
โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ 1.31 แสนล้านบาท ที่ปัจจุบันมีการขยายเส้นทางออกไปอีก 5 กม. ลากยาวไปถึงวงแหวนอุตสาหกรรมนั้น ตามแผนจะนำเข้าสู่ ครม.ในเดือน เม.ย-พ.ค. 2559
รถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–พญาไท–มักกะสัน–หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ–หัวลำโพง 4.41 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างจัดทำอีไอเอ
มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่–กาญจนบุรี 5.56 หมื่นล้านบาท จะประกวดราคาในเดือน ก.พ.–พ.ค. และก่อสร้างเดือน มิ.ย. 2559
ขณะที่โครงการรถไฟฟ้า 4 โครงการ วงเงิน 3.37 แสนล้านบาท ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง สายสีม่วง ส่วนต่อขยาย เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี นั้นตามแผนจะประกวดราคาได้ในกลางปี 2559
ว่ากันว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 4 สายใหม่ (เขียว ส้ม ชมพู และเหลือง) ในช่วงปี 2559-2561 จะเพิ่มมูลค่าในธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างได้สูงถึง 1.5-2.5 แสนล้านบาท
เฉพาะการลงทุนรถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอยสระบุรี 1.1 หมื่นล้านบาท สายชุมทางถนนจิระ นครราชสีมา-ขอนแก่น 2.7 หมื่นล้านบาท สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 1.7 หมื่นล้านบาท ผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ประเมินว่าภาคก่อสร้างจะได้รับอานิสงส์กว่า 4 หมื่นล้านบาท ผู้จัดหาระบบอาณัติสัญญาณจะได้รับประโยชน์ถึง 1 หมื่นล้านบาท
เรียกว่ารัฐลงทุนเท่าใด อานิสงส์ทางธุรกิจจะมาก 1 เท่าตัว สปอตไลต์ของเอกชนในปีนี้ จึงอยู่ที่การเร่งรัดการลงทุนของรัฐบาล
หากทำได้ดี โอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัวได้เกิน 3-4% ก็มีสูง แต่หากทำไม่ได้ก็ตัวใครตัวมัน...







