
ขอซูเปอร์บอร์ด สั่งรฟท.มอบที่ ให้กรมธนารักษ์
การรถไฟฯ ยื้อเสนอแผนโอนที่มักกะสัน คลังโยนซูเปอร์บอร์ดทวง หวังเร่งกำหนดแผนลงทุน
การรถไฟฯ ยื้อเสนอแผนโอนที่มักกะสัน คลังโยนซูเปอร์บอร์ดทวง หวังเร่งกำหนดแผนลงทุน
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยถึงการพัฒนาที่ราชพัสดุย่านมักกะสันของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะโอนให้กระทรวงการคลังนำมาเช่าพัฒนาในเชิงพาณิชย์บนพื้นที่จำนวน 479 ไร่ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นการใช้หนี้ที่มีอยู่กว่า 1 แสนล้านบาท ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการรายงานความคืบหน้าแนวทางการโอนพื้นที่ดังกล่าวจาก รฟท. ทั้งนี้คาดว่าต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด รับทราบและติดตามแผนดังกล่าว คาดว่าหลังต้นปี 2559 น่าจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้
ทั้งนี้ หลังจาก รฟท.โอนที่แล้ว กระทรวงการคลังจะกำหนดแผนการลงทุนเพื่อเปิดทางให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐ โดยระหว่างนี้จะพิจารณาสัดส่วนบนพื้นที่ทั้งหมดของโครงการที่จะนำมาพัฒนาว่าจะต้องมีสัดส่วนเท่าไร ทั้งเชิงพาณิชย์ โรงแรม อาคารสำนักงาน และสวนสาธารณะ จากพื้นที่ทั้งหมด 479 ไร่ มูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ภายใต้สัญญาเช่ากรณีรัฐกับรัฐ 99 ปี และกรณีรัฐให้เอกชนเช่าที่ของรัฐ 50 ปี จาก 30 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เอกชนสนใจเข้าร่วมลงทุนมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ กรมธนารักษ์ได้แจ้งกับทาง รฟท. ให้เร่งส่งมอบพื้นที่ให้กับกรมธนารักษ์ให้เร็วขึ้น จากเดิมส่วนแรกที่จะต้องโอน 140 ไร่ ระยะเวลาโอนภายใน 2 ปี ก็ปรับให้โอนภายใน 1 ปีครึ่ง และส่วนที่สอง 170 ไร่ จากเดิมจะโอนภายใน 5 ปี ก็ให้โอนภายใน 2-3 ปี เพื่อจะได้นำที่มาให้เอกชนเช่าลงทุนได้ไวขึ้น
รายงานข่าวจาก รฟท. ระบุว่า ตามข้อตกลงกรมธนารักษ์ต้องการให้ส่งมอบพื้นที่มักกะสัน 497 ไร่ ภายในเวลา 2 ปี ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถส่งมอบได้ เนื่องจากตามผลศึกษาในการย้ายโรงงานมักกะสันจะใช้เวลาประมาณ 4 ปี โดยในช่วง 2 ปีแรก รฟท.จะส่งมอบพื้นที่แปลง A ซึ่งอยู่หน้าสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์จำนวน 140 ไร่ ให้ก่อน เนื่องจากปัจจุบันเป็นพื้นที่ว่าง จากนั้นจะทยอยส่งมอบพื้นที่โรงพยาบาลรถไฟและบ้านพักการรถไฟ
นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังมีแผนบริหารจัดการที่ราชพัสดุในปี 2559 ให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้ประโยชน์ในส่วนราชการ ซึ่งจะเสนอเป็นแผนใหญ่ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการพัฒนาที่ในเชิงพาณิชย์ มีโครงการที่ต้องเร่งหาข้อมูล เช่น การเร่งพัฒนาโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต การให้เอกชนเข้าบริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์







