
พาณิชย์เผยส่งออกพ.ย.ติดลบ 7.42 %
พาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออก พ.ย.ติดลบ 7.42% มูลค่า 1.71 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำ 11 เดือนลดลงแล้ว 5.51%
พาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออก พ.ย.ติดลบ 7.42% มูลค่า 1.71 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำ 11 เดือนลดลงแล้ว 5.51%
เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ย. 2558 มีมูลค่า 1.71 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.42% ส่วนนำเข้ามีมูลค่า 1.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.53% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าต.ค. 299 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนการส่งออก 11 เดือน 2558มี มูลค่า 1.97 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.51% นำเข้า 11 เดือน มูลค่า 1.87 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 11.16% โดยไทยเกินดุลการค้า 11 เดือน 1.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ปัจจัยที่มีผลกระทบให้การส่งออกของไทยหดตัวต่อเนื่อง เป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญ ดังนี้
1.ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและตลาดคู่ค้าหลักในปัจจุบันที่ชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ส่งผลให้การนำเข้าของเกือบทุกประเทศทั่วโลกยังคงหดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถิติการนำเข้าล่าสุดถึงเดือน ต.ค.58 ของประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ ญี่ปุ่น (-20.8%) จีน (-19.2%) ฝรั่งเศส (-16.8%) เกาหลีใต้ (-16.6%) สหราชอาณาจักร (-9.6%) สหรัฐฯ (-4.3%)
2.ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และไม่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว โดยในเดือน พ.ย.58 ราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงถึง -44.9% ขณะที่ระยะ 11 เดือนแรกของปีนี้ลดลง -47.2%ส่งผลกระทบต่อมูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันยังคงมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ และเม็ดพลาสติก
3.ราคาสินค้าเกษตรโลกปรับตัวลดลงมาก โดยเฉพาะในระยะ 11 เดือนแรกของปีนี้ ราคาข้าวลดลง -10.6% ยางพาราลดลง -20.2% และน้ำตาลลดลง -7.5%ส่งผลให้แม้ว่าไทยจะส่งออกในปริมาณไม่ต่ำกว่าเดิม แต่มูลค่าส่งออกลดลงมาก
4.การใช้มาตรการลดค่าเงินของประเทศคู่ค้าสำคัญ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการส่งออก โดยข้อมูลล่าสุดของค่าเงินสกุลต่างๆ ณ เดือน ธค.58 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 10.4% เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐฯ ค่าเงินออสเตรเลียดอลลาร์ของออสเตรเลียลดลง 12.3% ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียลดลง 22.9% ขณะที่ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าลง 9.5% ซึ่งอ่อนค่าในอัตราที่น้อยกว่าสกุลเงินอื่น ทำให้สินค้าไทยแข่งขันยาก มีราคาแพงเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าของคู่ค้าและคู่แข่ง ความต้องการซื้อสินค้าไทยลดลง ซึ่งแม้ว่าค่าเงินบาทไทยจะเริ่มอ่อนตัวอย่างต่อเนื่องในระยะที่ผ่านมา จนปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 36.1 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ (ณ 24 ธ.ค. 58) แต่ก็ยังหนุนมูลค่าการส่งออกได้ไม่มากนัก
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณามูลค่าการนำเข้าในเดือน พ.ย.58 พบว่าส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ที่เป็นปัจจัยการผลิตรถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทย ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ 23.5% ในขณะที่สินค้านำเข้ากลุ่มเชื้อเพลิง และสินค้าวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป หดตัวสูงถึง -38.3% และ -10.2%ตามลำดับ จึงส่งผลให้ภาพรวมการนำเข้าเดือน พ.ย.58 ยังคงหดตัวต่อเนื่อง -9.5% ซึ่งการหดตัวของมูลค่าการนำเข้าที่สูงนี้เป็นผลมาจากการปริมาณนำเข้าที่ลดลงเป็นสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้อัตราหดตัวของมูลค่าส่งออกของไทยยังจัดว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยสถิติส่งออกล่าสุดถึงเดือน ต.ค.58 ในฐานะผู้ส่งออกอันดับที่ 23 ของโลก แม้จะมีการส่งออกหดตัว แต่ก็หดตัวเพียง -5.9% ซึ่งถือว่าหดตัวน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกรายอื่นๆ ที่เฉลี่ยหดตัวมากกว่า -10% จึงกล่าวได้ว่า ภายใต้สถานการณ์การค้าโลกที่ย่ำแย่ ไทยทำได้เช่นนี้ก็ดีมากแล้ว







