posttoday
น้ำมันดูไบปีหน้าฟื้น

น้ำมันดูไบปีหน้าฟื้น

26 ธันวาคม 2558

น้ำมันดิบดูไบฟื้นตัว ไทยออยล์คาดปีหน้า 54 เหรียญสหรัฐ บอร์ด ปตท.เคาะงบ 5 ปี

น้ำมันดิบดูไบฟื้นตัว ไทยออยล์คาดปีหน้า 54 เหรียญสหรัฐ บอร์ด ปตท.เคาะงบ 5 ปี

บริษัท ไทยออยล์ (TOP) คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 54 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2559 ดีขึ้นเล็กน้อยจากปี 2558 ที่เฉลี่ย 51 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบนอกกลุ่มโอเปกชะลอการผลิตลงราว 6 แสนบาร์เรล การลดลงส่วนใหญ่มาจากสหรัฐประมาณ 4 แสนบาร์เรล เนื่องจากผู้ผลิตบางส่วนได้ชะลอการผลิตและขุดเจาะน้ำมันดิบลงในช่วงที่ราคายังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มผลิตสูงอย่างต่อเนื่องมากกว่า 31 ล้านบาร์เรล/วัน โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียและอิรัก ประกอบกับปริมาณอุปสงค์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากแรงสนับสนุนของราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ขณะที่สำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) คาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันโลกจะขยายตัว 1.2 ล้านบาร์เรล ในปี 2559 ชะลอตัวลงจากการขยายตัวในปี 2558 ที่ 1.8 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตามไออีเอคาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันโลกจะยังคงประสบกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดจนถึงสิ้นปีหน้า นอกจากนี้การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5-7 แสนบาร์เรล ภายในกลางปี 2559 จากเดิมที่ถูกจำกัดการส่งออกไว้เพียง 1 ล้านบาร์เรล ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้อุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินเพิ่มขึ้นอีก

“อุปทานน้ำมันดิบโลกในปี 2559 จะยังคงสูงกว่าอุปสงค์ ส่งผลให้ตลาดยังคงเผชิญกับสภาวะอุปทานล้นตลาด แม้การใช้น้ำมันของโลกยังมีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน จากปีนี้อยู่ที่ระดับ 96.9 ล้านบาร์เรล/วันก็ตาม” บริษัท ไทยออลล์ ระบุ

ด้านตลาดหุ้นในวันคริสต์มาส 25 ธ.ค. เป็นไปอย่างเงียบเหงา เพราะตลาดหุ้นหลายแห่งปิดทำการ ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายบางตา เพียง 16,654.88 ล้านบาท ดัชนีปิดที่ 1,282.93 จุด ลดลง 1.22 จุด นักลงทุนต่างชาติขายแค่ 326 ล้านบาท สถาบันในประเทศซื้อต่อ 1,114 ล้านบาท

ทั้งนี้ หุ้น ปตท. (PTT) อ่อนตัวลง 2 บาท ปิดที่ 248 บาท แม้ราคาน้ำมันล่วงหน้าในตลาดโลกจะฟื้นตัวก็ตาม และคณะกรรมการบริษัทอนุมัติงบลงทุน 5 ปี (ปี 2559-2563) ที่ระดับ 298,649 ล้านบาท เฉพาะปี 2559 อยู่ที่ 52,839 ล้านบาท มากกว่าปีนี้ที่ใช้งบลงทุนประมาณ 5 หมื่นล้านบาท หลังมีบางโครงการเลื่อนจ่ายเงินลงทุนในปีหน้า

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก กล่าวว่า แนวโน้มหุ้นได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการภาษีกระตุ้นการบริโภคในวันที่ 25-31 ธ.ค. และยังมีเม็ดเงินจากการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF และกองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ หรือ RMF รวมถึงการทำวินโดว์เดรสซิ่ง หรือการซื้อก่อนปิดงบปลายปีนี้ของนักลงทุนสถาบัน

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ดัชนีจะแกว่งในกรอบ 1,250-1,300 จุด และมีมูลค่าการซื้อขายเบาบางลง ดังนั้นกลยุทธ์แนะนำให้เลือกซื้อหุ้นในกลุ่มที่มีปัจจัยบวก ได้แก่ กลุ่มขนส่งและโรงแรม แนะนำ AOT, BA, AAV, THAI, CENTEL และ MINT เช่นเดียวกับกลุ่มค้าปลีก HMPRO, BIGC, ROBINS, CPN, COM7 และ SPVI

ข่าวล่าสุด

กรุงเทพฯรับบทเมืองคอนเสิร์ต ดันยอดค้นที่พักพุ่ง590%

กรุงเทพฯรับบทเมืองคอนเสิร์ต ดันยอดค้นที่พักพุ่ง590%