posttoday
ดันชุมชนเจ้าของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นแหล่งท่องเที่ยว

ดันชุมชนเจ้าของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นแหล่งท่องเที่ยว

26 ธันวาคม 2558

"พาณิชย์"เตรียมถก ททท. ดันชุมชนเจ้าของจีไอเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หวังช่วยเพิ่มยอดขายและโปรโมตพื้นที่ผลิตสินค้า

"พาณิชย์"เตรียมถก ททท. ดันชุมชนเจ้าของจีไอเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หวังช่วยเพิ่มยอดขายและโปรโมตพื้นที่ผลิตสินค้า

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมจะหารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในเดือนม.ค. 2559 เพื่อร่วมกันทำแผนในการผลักดันชุมชนที่เป็นเจ้าของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางการขายให้กับสินค้าจีไอในจังหวัดต่างๆ และยังเป็นการสร้างการรับรู้ว่าจังหวัดนั้น มีสินค้าดีอะไร เมื่อมาท่องเที่ยว ควรจะซื้ออะไรเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับไป

ทั้งนี้ การผลักดันชุมชนที่ผลิตสินค้าจีไอเป็นแหล่งท่องเที่ยว จะนำร่องจากจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวก่อน เพราะสามารถดำเนินการได้ทันที โดยกรมได้ขอข้อมูลจากพาณิชย์จังหวัด เพื่อรวบรวมว่ามีจังหวัดไหนบ้างที่เหมาะสม มีผู้ประกอบการกี่ราย ปริมาณผลผลิตสินค้าจีไอเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ก็จะทำการโปรโมตร่วมกับ ททท. ต่อไป

“พื้นที่ไหนที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าจีไอ ก็จะโปรโมตให้คนเข้าไปท่องเที่ยว ไปดูให้เห็นกับตาว่าสินค้าจีไอนั้นๆ มีขั้นตอนและวิธีการผลิตอย่างไร ชาวบ้านใส่ภูมิปัญญาอะไรเข้าไปบ้าง ซึ่งจะทำให้รู้ว่ากว่าจะได้สินค้าจีไอมา มีเรื่องราว ซื้อไปแล้ว ก็เกิดความภาคภูมิใจว่าได้สินค้าที่ดีของจังหวัดจริงๆ หรือหากเป็นสินค้าจีไอที่เป็นพวกผลไม้ จะโปรโมตโดยให้ไปดูสวน วิธีการดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว บางพื้นที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเก็บกินในสวนได้เลย ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน”นางนันทวัลย์กล่าว

สำหรับการโปรโมตสินค้าจีไอให้เป็นที่รู้จักในตลาดตลาดประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน กรมมีแผนที่จะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านทำการส่งเสริมสินค้าจีไอ โดยจะทำการจับคู่สินค้าจีไอของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น หมูย่างเมืองตรัง กับพริกไทยของกัมพูชา และกำลังจะหาสินค้าจีไออื่นๆ เพื่อมาโปรโมตและทำตลาดร่วมกันต่อไป และยังจะผลักดันให้มีการจัดงานแสดงสินค้าจีไอในระดับอาเซียน โดยนำสินค้าจีไอของประเทศต่างๆ มาจัดแสดงร่วมกันด้วย

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ส่วนตลาดต่างประเทศอื่นๆ กรมมีแผนที่จะผลักดันให้นำสินค้าจีไอไปจดทะเบียนให้ได้เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่มีการยื่นจดในสหภาพยุโรป (อียู) แล้ว 4 สินค้า ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และอีก 1  สินค้า คือ เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ยื่นจดที่ประเทศเวียดนาม โดยจะยื่นจดที่ประเทศจีนเพิ่มเติม ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส้มโอทับทิมสยาม มะขามหวานเพชรบูรณ์ เป็นต้น เพราะสินค้าจีไอเหล่านี้ ได้รับความนิยมและขายดีในจีน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่