posttoday
LTF ที่ใช่ ในสายตาเจษฎา & ชยนนท์

LTF ที่ใช่ ในสายตาเจษฎา & ชยนนท์

25 ธันวาคม 2558

ชัดๆ ไปเลยครับสำหรับโค้งสุดท้ายในการลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษี ไปดูมุมมองของทั้งสองคนกัน เริ่มจากคุณเจษฎา หรือ FundTalk

ชัดๆ ไปเลยครับสำหรับโค้งสุดท้ายในการลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษี ไปดูมุมมองของทั้งสองคนกัน เริ่มจากคุณเจษฎา หรือ FundTalk

มาถึง ไม่พูดพล่ามทำเพลง พูดออกมาเลยว่า “ผมเลือกกองทุน CG-LTF หรือกองทุนเปิดบรรษัทภิบาล หุ้นระยะยาวของค่าย ยูโอบี” โดยใช้ปัจจัยในการเลือกดังนี้

สไตล์ของผู้จัดการกองทุน

ดูจากงบประจำปีของกองทุนย้อนหลัง Turnover Ration สูงถึง 600-800% เมื่อเทียบกับขนาดกองทุน หมายความว่าผู้จัดการกองทุนทำการเทรดปีหนึ่งประมาณ 6-8 รอบ ซึ่งจัดว่าเป็นอัตราที่สูง สะท้อนกลยุทธ์การทำ Sector Rotation, Stock Rotation หมายถึงการหมุนเวียนไปที่ Sector หรือหุ้นที่คาดว่าจะทำผลงานได้ดีในแต่ละช่วงเวลาของปี สรุปง่ายๆ ก็คือกองทุนนี้เป็นสไตล์ Trading ก็ไม่ผิดครับ นอกจากนี้เท่าที่ผมทราบกองทุนนี้ยังมีการใช้ Technical ประกอบการตัดสินใจด้วย ถ้าเป็นมวยก็เรียกว่าออกอาวุธครบเลย

ผลตอบแทน

มาดูกันที่อัตราผลตอบแทน กองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีอัตราผลตอบแทนสูงเป็นอันดับหนึ่งในบรรดากองทุน LTF ทั้งหมดในช่วงระยะเวลา 3 ปี และ 10 ปีย้อนหลัง (ที่มา : Morningstar) โดยนับแต่จัดตั้งกองทุนมาจนถึงเดือน ต.ค. 2558 ที่่ผ่านมากองทุนทำผลตอบแทนถึง 360.92% เมื่อเปรียบเทียบกับ SET Index ที่ 120.54% สูงกว่าตลาดหุ้นถึง 3 เท่าตัว เรียกได้ว่าเป็นเกียรติภูมิของผู้จัดการกองทุนเลยทีเดียวที่ทำผลงานได้ ทีเด็ดขนาดนี้ นั่นหมายความว่าการบริหารกองทุนหุ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นแนว Company Visit เลือกหุ้นรายตัวอย่างเดียวที่ดี แต่แนว Trading อย่างกองนี้ก็สามารถผงาดขึ้นมาอันดับ 1 ได้เช่นกัน

CG-LTF เป็นคำตอบสุดท้าย

หากไปดูกันที่ความผันผวนของกองทุน ต้องยอมรับว่ากองทุนนี้มีความผันผวนสูงกว่าค่าเฉลี่ยกองทุนหุ้นทั่วไป (ก็แน่ละสิครับ พอร์ตหมุนเร็วขนาดนี้) แต่ผมว่าคุ้มครับ ถ้าความผันผวนและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น นำมาซึ่งผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วย และที่สำคัญ LTF จุดประสงค์มันคือการลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณอยู่แล้ว ความเสี่ยงจะสูงหน่อยก็เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุนที่ยาวพอดีครับ ที่เด็ดคือกองนี้สามารถแลกความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรับเป็นผลตอบแทนที่โดดเด่น และคงเส้นคงวามาในรอบหลายปีที่่ผ่านมา สรุปคือ LTF ปีนี้ต้อง CG-LTF ยาวไปครับ

ไปดูที่มุมมองของคุณชยนนท์กันบ้าง ขอพาไปทวนหลักการเลือกกองทุน LTF แบบ Mr.Messenger Style กันอีกรอบนะครับ

1.ดูผลตอบแทนระยะยาว

ยาวในที่นี้ เอา 3 ปี 5 ปี เลยนะครับ ส่วนตัวแล้ว ผมมีความเชื่อว่า ยิ่งกองทุนเปิดมานานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอดีตให้เราลองศึกษามากเท่านั้น ว่าแล้ว เราก็เรียงอันดับกองทุน LTF ที่ผลตอบแทนดีที่สุดในรอบ 5 ปีLTF ในตลาดมีทั้งหมด 53 กองทุน เราจะเลือกแค่ 20 กองแรกที่มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปีดีที่สุดมาวิเคราะห์ต่อ

2.ดูผลตอบแทนระยะสั้น

3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ดูใกล้ๆ ซึ่งหากดูตอนนี้ จะเห็นว่ายากมากครับ ที่กองทุนไทยสักกองจะให้ผลตอบแทนเป็นบวก เพราะหุ้นไทย เข้าสู่รอบการปรับฐานมาได้ปีกว่าๆ และไม่สามารถทำ New High สร้างจุดสูงสุดใหม่ได้ แต่ไม่เป็นไร เราก็ลองเรียงดูผลตอบแทนของกองทุนที่ติดลบในช่วงระยะสั้นดู เราจะเห็นภาพชัดขึ้นเมื่อรวมกับที่เราเรียง ผลตอบแทนระยะยาวในข้อ 1

3.ดูผลตอบแทนเปรียบเทียบความเสี่ยง

ในที่นี้ ที่นิยมใช้กันก็คือ Sharpe Ratio นั้นเองครับ โดยค่า Sharpe Ratio นี้ ยิ่งมากยิ่งแปลว่าผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยง ดังนั้น เวลาดูว่ากองไหนดีกว่ากองไหน ก็ให้ดูกองทุนที่ค่า Sharpe Ratio สูงกว่า โดยส่วนตัวผมแนะนำให้ดูค่า Sharpe Ratio ที่ระยะยาวหน่อย 3 ปี และ 5 ปี ครับ

4.เข้าไปดูนโยบายการลงทุน

กองทุนที่ติดใน List หลังจากที่เราเปรียบเทียบทั้ง 3 ข้อข้างต้น คือ ผลตอบแทนระยะยาว ระยะสั้น และดู Sharpe Ratio แล้ว เราก็เลือกกองทุนที่เราคิดว่าน่าสนใจออกมาสัก 5 กอง มาศึกษาต่อว่า นโยบายการลงทุนเป็นอย่างไร ลงทุนในหุ้นประเภทไหน ค่าธรรมเนียมแพงหรือเปล่า เพื่อดูว่ามันเหมาะกับเราที่จะฝากผีฝากไข้ในระยะยาวได้จริงๆ หรือเปล่า

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน