
'ฟาร์มโชคชัย'ลดเสี่ยง
ฟาร์มโชคชัย เร่งสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร ท่องเที่ยว รักษายอดกว่า 1,000 ล้านบาท
ฟาร์มโชคชัย เร่งสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร ท่องเที่ยว รักษายอดกว่า 1,000 ล้านบาท
นายโชค บูลกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจใหม่ ด้วยการเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจการเกษตร ล่าสุดจับมือร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่น 2 บริษัท โดยพันธมิตรรายแรกอยู่ที่ฮอกไกโด มีโนว์ฮาวผลิตภัณฑ์นม และอีกบริษัททำธุรกิจนำเข้าและส่งออก เพื่อดำเนินธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์นมครบวงจร จากปัจจุบันบริษัทมีสินค้า อาทิ นมพาสเจอไรซ์ นมอัดเม็ด
ทั้งนี้ การจับมือร่วมกับพันธมิตรดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงการทำธุรกิจการเกษตรที่มีความเสี่ยงจากภัยแล้งและฝนไม่ตกตามฤดูกาล นอกจากนี้บริษัทยังมีการผลิตน้ำนมดิบราว 20 ตัน/วัน และใช้ผลิต นมอืมม!..มิลค์ 4-5 ตัน /วัน ซึ่งมีกำลังผลิตเหลือถึง 15 ตัน/วัน หากนำน้ำนมดิบจำหน่ายได้ราคาเพียง 19 บาท/กก. แต่การนำมาทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
“ในปี 2555 ธุรกิจของฟาร์มโชคชัยสร้างรายได้ 2,000 ล้านบาท แต่ปี 2556 ธุรกิจเริ่มอยู่ในภาวะขาลง และปี 2557-2558 รายได้หายไป 30% หรือ 300 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปริมาณนักท่องเที่ยวฟาร์มโชคชัยลดลง 30% จากปกติมีลูกค้าเข้าเยี่ยมชม 2 แสนคน/ปี ส่วนค่าเข้าใช้บริการลดลง 30% จากปกติ 2,000 บาท/คน”
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์นมใหม่ที่จะเปิดตัวกลางปี 2559 อาทิ ชีส เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ร้านอาหารญี่ปุ่น และนำเข้ามาจำหน่ายในร้านอืมม!..มิลค์ 25 สาขา พร้อมกับส่งออกไปยังสิงคโปร์ มาเลเซีย นอกจากนี้ยังลดการผลิตนมพาสเจอไรซ์ เพราะเป็นสินค้าที่กำไรน้อย โดยจะหันไปเน้นผลิตนมสำหรับผู้ที่แพ้แล็กโทสแทน รวมทั้งทำธุรกิจท่องเที่ยวในเชิงให้ความรู้ควบคู่กับจำหน่ายอาหาร
ขณะที่ในปีหน้ายังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ บริษัทจึงปรับการบริหารจัดการบุคลากร โดยเพิ่มขีดความสามารถการทำงานพนักงานให้มีหลากหลาย แทนการลดพนักงาน ส่วนรายได้สิ้นปีกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งการปรับแผนดังกล่าวหวังรักษารายได้ปีหน้าให้เท่ากับปีนี้







