
ออฟฟิศเมท พร้อมซื้อขายใน mai 28 ก.ค.
ออฟฟิศเมท พร้อมซื้อขายใน mai 28 ก.ค. โดยใช้ชื่อย่อว่า "OFM" นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัท ออฟฟิศเมท จะเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และเริ่มซื้อขายตั้งแต่วันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป โดยใช้ชื่อย่อว่า "OFM" OFM ดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานผ่านระบบแค็ตตาล็อก E-Commerce และ E-Procurement มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจกว่า 40 ปี บริษัทมีสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานกว่า 10,000 รายการ ภายใต้ตราสินค้าของผู้ผลิตชั้นนำและตราสินค้าของบริษัท โดยมีฐานลูกค้ากว่า 70,000 องค์กร รวมทั้ง จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับชีวิตประจำวันกว่า 10,000 รายการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าบุคคล (ข้อมูลตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของ OFM) OFM มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 80 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 60 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท บริษัทเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (
ออฟฟิศเมท พร้อมซื้อขายใน mai 28 ก.ค. โดยใช้ชื่อย่อว่า "OFM"
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัท ออฟฟิศเมท จะเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และเริ่มซื้อขายตั้งแต่วันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป โดยใช้ชื่อย่อว่า "OFM"
OFM ดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานผ่านระบบแค็ตตาล็อก E-Commerce และ E-Procurement มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจกว่า 40 ปี บริษัทมีสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานกว่า 10,000 รายการ ภายใต้ตราสินค้าของผู้ผลิตชั้นนำและตราสินค้าของบริษัท โดยมีฐานลูกค้ากว่า 70,000 องค์กร รวมทั้ง จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับชีวิตประจำวันกว่า 10,000 รายการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าบุคคล (ข้อมูลตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของ OFM)
OFM มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 80 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 60 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท บริษัทเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO: Initial Public Offering) เมื่อวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2553 จำนวน 20 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 4.90 บาท มูลค่าการระดมทุนครั้งนี้เท่ากับ 98 ล้านบาท เพื่อนำเงินทุนที่ได้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ชำระหนี้ และใช้ในโครงการในอนาคต โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
OFM มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย ณ ราคา IPO OFM มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) 11.95 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสล่าสุด (ไตรมาส 2/2552-ไตรมาส 1/2553) เท่ากับ 33.10 ล้านบาท ต่อจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.41 บาท (ข้อมูลตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของ OFM)
หลัง IPO ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ OFM 3 รายแรก ได้แก่ ตระกูลอุ่นใจถือหุ้น 71.49% นายศุภกฤต เมฆภานุวัฒน์ ถือหุ้น 1.61% และ นางสาวธนพร ปรีชาธนโชติ ถือหุ้น 1.00%
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัท ออฟฟิศเมท จะเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และเริ่มซื้อขายตั้งแต่วันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป โดยใช้ชื่อย่อว่า "OFM"
OFM ดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานผ่านระบบแค็ตตาล็อก E-Commerce และ E-Procurement มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจกว่า 40 ปี บริษัทมีสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานกว่า 10,000 รายการ ภายใต้ตราสินค้าของผู้ผลิตชั้นนำและตราสินค้าของบริษัท โดยมีฐานลูกค้ากว่า 70,000 องค์กร รวมทั้ง จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับชีวิตประจำวันกว่า 10,000 รายการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าบุคคล (ข้อมูลตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของ OFM)
OFM มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 80 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 60 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท บริษัทเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO: Initial Public Offering) เมื่อวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2553 จำนวน 20 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 4.90 บาท มูลค่าการระดมทุนครั้งนี้เท่ากับ 98 ล้านบาท เพื่อนำเงินทุนที่ได้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ชำระหนี้ และใช้ในโครงการในอนาคต โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
OFM มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย ณ ราคา IPO OFM มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) 11.95 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสล่าสุด (ไตรมาส 2/2552-ไตรมาส 1/2553) เท่ากับ 33.10 ล้านบาท ต่อจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.41 บาท (ข้อมูลตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของ OFM)
หลัง IPO ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ OFM 3 รายแรก ได้แก่ ตระกูลอุ่นใจถือหุ้น 71.49% นายศุภกฤต เมฆภานุวัฒน์ ถือหุ้น 1.61% และ นางสาวธนพร ปรีชาธนโชติ ถือหุ้น 1.00%







