
ปล่อยกู้โรงสีซื้อข้าวเก็บ6เดือน
นบข.อนุมัติงบ 204 ล้าน ชดเชยดอกเบี้ย 3% ให้โรงสีซื้อข้าวเก็บ 1.6 ล้านตัน
นบข.อนุมัติงบ 204 ล้าน ชดเชยดอกเบี้ย 3% ให้โรงสีซื้อข้าวเก็บ 1.6 ล้านตัน
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมอีก 204 ล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา 3% ให้แก่ผู้ประกอบการโรงสีที่ซื้อข้าวเปลือกปีการผลิต 2558/2559 และเก็บไว้ในสต๊อกเป็นเวลา 3-6 เดือน โดยตั้งเป้าให้โรงสีซื้อข้าวเก็บ 1.6 ล้านตัน จากผลผลิตที่จะทยอยออกมาในช่วงเดือน ธ.ค. 2558-มี.ค. 2559 ประมาณ 4.64 ล้านตัน
ก่อนหน้านี้ นบข.อนุมัติวงเงิน 385 ล้านบาท เพื่อชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา 3% ให้ผู้ประกอบการโรงสีที่ซื้อข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2558/2559 และเก็บในสต๊อก 3-6 เดือน เป้าหมายรับซื้อ 3 ล้านตัน
นางอภิรดี ระบุว่า การสนับสนุนให้โรงสีซื้อข้าวเก็บไว้ 3-6 เดือน จะดูดซับผลผลิตข้าวออกจากตลาดได้ และทำให้ราคาข้าวเปลือกสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวเปลือกเจ้า ส่วนผลผลิตข้าวหอมมะลิได้ออกสู่ตลาดไปเกือบหมดแล้ว
นางอภิรดี กล่าวว่า ในปี 2559 กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าส่งออกข้าว 9 ล้านตัน และมีแผนจะเปิดตลาดข้าวคุณภาพดี เช่น อิหร่าน โอมาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย และฮ่องกง ซึ่งจะช่วยยกระดับราคาข้าว
พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า อคส.จะปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ให้แล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค. 2559 หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินไตรมาส 2 ปี 2559 และส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
“แม้ว่า อคส.จะมีข้อมูลข้าวตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางทั้งหมด แต่สาเหตุที่ยังปิดบัญชีไม่ได้ เนื่องจาก อคส.จะต้องแยกข้าวที่มีอยู่และข้าวที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ซึ่งมีทั้งข้าวหาย ข้าวเสื่อม และข้าวไม่ตรงบัญชี ออกจากข้าวทั่วไปที่อยู่ในสต๊อกก่อน และเพื่อให้การปิดบัญชีมีความรวดเร็ว อคส.จะทำหนังสือถึงกรมจัดหางานให้สรรหาแรงงานวุฒิปริญญาตรีด้านบัญชีที่ตกงานเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวของ อคส. 100 คน จากปัจจุบันที่ อคส.มีพนักงาน 500 คน แต่มีหน้าที่รับผิดชอบที่หลากหลาย” พล.ต.ต.ไกรบุญ กล่าว
พล.ต.ต.ไกรบุญ ระบุว่า สำหรับความคืบหน้าการส่งมอบข้าวเสื่อมในสต๊อกรัฐบาล 3.74 ล้านตัน ให้เอกชนที่ชนะประมูลนั้น เอกชนจะต้องเข้ามาทำสัญญากับ อคส. หรือองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 8 ม.ค. 2559 และเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวเสื่อมดังกล่าวไหลเข้าสู่ตลาด อคส.ได้ประสานงานกับตำรวจทางหลวงในการติดตามดูแลและอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้าวจากโกดังไปยังโรงงานของเอกชน รวมทั้งมีการจัดตั้งวอร์รูมติดตามการขนย้ายข้าวด้วย







