
ต้อนค้าออนไลน์จดอี-คอมเมิร์ซ
พาณิชย์นัดหารือเว็บท่าขายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ ดึงสมาชิกจดทะเบียนอี-คอมเมิร์ซ
พาณิชย์นัดหารือเว็บท่าขายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ ดึงสมาชิกจดทะเบียนอี-คอมเมิร์ซ
น.ส.รัตนา เธียรวิศิษฎ์สกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมจะเรียกผู้บริหารตลาดกลางซื้อขายออนไลน์รายใหญ่หรือเว็บท่าซื้อขายสินค้าออนไลน์ ทั้ง pantipmarket.com, kaidee.com, prakard.com, pramool.com, thaisecondhand.com รวมถึงเว็บไซต์ที่ประกาศซื้อขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ กล้อง มือถือ และเครื่องดนตรี เข้าหารือและขอความร่วมมือให้แจ้งกับสมาชิกที่เข้ามาซื้อขายสินค้าและบริการในเว็บไซต์เหล่านั้น ต้องมาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) กับกรม
ทั้งนี้ การจดทะเบียนอี-คอมเมิร์ซดังกล่าว เพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตนของผู้ประกอบการและผู้ขายสินค้า รวมทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกหลอกลวง
“กรมจะต้องจัดระเบียบการซื้อขายออนไลน์ทั้งระบบ เนื่องจากขณะนี้การซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่หันมาใช้บริการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น จึงต้องวางระเบียบกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน โดยต่อไปนี้ผู้ที่จะเข้ามาค้าขายออนไลน์ต้องมาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งนอกจากจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ค้าขายได้แล้ว ยังช่วยป้องกันผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ให้ถูกหลอกอีกด้วย” น.ส.รัตนา กล่าว
น.ส.รัตนา กล่าวว่า กรมยังได้ขอความร่วมมือไปยังผู้บริหารตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น www.thaicommercestore.com, www.thaitrade.com, www.tarad.com, weloveshopping.com, www.pantavanij.com และ lnwmall.com ให้กำกับดูแลสมาชิก โดยต้องให้สมาชิกมาจดทะเบียนอี-คอมเมิร์ซให้ถูกต้อง และหากไม่จดทะเบียนก็ขอให้พิจารณางดรับการประกาศขายสินค้าในตลาดกลาง
“กรมได้ทำหนังสือถึงสมาคมการค้าต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย และมีสมาชิกทำการค้าขายผ่านออนไลน์ ให้แจ้งต่อสมาชิกให้จดทะเบียนอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งกรมตั้งเป้าว่าในปี 2559 จะผลักดันให้มีผู้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออี-คอมเมิร์ซ ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา เพิ่มเป็น 4.5 หมื่นราย หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากปัจจุบันที่มีการจดทะเบียนเพียง 1.42 หมื่นราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 3,710 ราย และบุคคลธรรมดา 1.05 หมื่นราย” น.ส.รัตนา กล่าว
นอกจากนี้ กรมจะเชิญหน่วยงานที่ดูแลด้านอี-คอมเมิร์ซ ทั้งภาครัฐและเอกชน คือ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มาหารือเพื่อกำหนดรูปแบบการส่งเสริมเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ของไทย และทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
“เพื่อสนับสนุนให้การค้าขายออนไลน์ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น กรมจะทำการเชื่อมโยงร้านค้าออนไลน์กับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยจะจัดเวทีให้มีการพบปะและทำธุรกิจร่วมกัน เพราะเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนของการขนส่ง โดยให้บริษัทขนส่งเข้ามารับช่วงต่อ ซึ่งจะทำให้การค้าขายออนไลน์ขยายตัวได้เร็วขึ้น” น.ส.รัตนา กล่าว







