
‘ญี่ปุ่น’หาผู้ร่วมทุนโซลาร์ไทย
ยูเมย่า ผู้นำผลิตไฟฟ้าทางเลือกญี่ปุ่นรุกไทย หาผู้ร่วมทุน ล่าสุดเอ็มโอยู TGPRO
ยูเมย่า ผู้นำผลิตไฟฟ้าทางเลือกญี่ปุ่นรุกไทย หาผู้ร่วมทุน ล่าสุดเอ็มโอยู TGPRO
นายอาณัติ มังกรหงษ์ ประธานฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ยูเมย่า ผู้นำอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าทางเลือกจากพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงงานกำจัดขยะไบโอแมส จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทมีใบอนุญาตสัมปทานการผลิตไฟฟ้าเพื่อขายให้หน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังการผลิต 250 เมกะวัตต์ กำลังหาผู้ร่วมทุนที่เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานทางเลือกของไทย
ล่าสุด ได้มีการลงนามในข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมลงทุนกับบริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ (TGPRO) เพื่อศึกษาแนวทางการลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ ขายให้รัฐบาลญี่ปุ่น คาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาร่วมทุนในเดือน ก.พ. 2559 นอกจากนั้นยังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัท สตาร์ เอ็นเนอร์ยี่ และบริษัท สากล เอนเนอยี อีกด้วย โดยทั้งสองบริษัทสนใจที่จะร่วมลงทุนรายละ 20 เมกะวัตต์เช่นเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนเมกะวัตต์ละ 95 ล้านบาท หรือรวม 1,900 ล้านบาท ในระยะเวลา 20 ปี ให้อัตราผลตอบแทนหลังหักภาษีปีละ 5-7% คาดระยะเวลาคืนทุน 8 ปี
“เราอยากเชิญชวนนักลงทุนไทยไปลงทุนทำโซลาร์ฟาร์มก่อนจากนั้น จึงจะขยายธุรกิจในส่วนของโซลาร์รูฟท็อปสำหรับสถานประกอบการหรือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และแนะนำเทคโนโลยีกำจัดขยะไบโอแมสให้คนไทยในปี 2559” นายอาณัติ กล่าว
นายอัฐวุฒิ ปภังกร ประธานฝ่ายการเงิน บริษัท ยูเมย่า กล่าวว่า ปัจจุบันการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละโครงการที่ญี่ปุ่นมีขนาด 1.5 เมกะวัตต์ 2.2 เมกะวัตต์ และ 1.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่นากาโนะ อิบารากิ และยูชิกุ ได้ขายไฟให้รัฐบาลในราคา 32-36 เยน/หน่วย คิดเป็นสัดส่วนกำไรจากการดำเนินงาน 5-8%
นายพระนาย กังวาลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี (PSTC) กล่าวว่า บริษัทได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกคุณสมบัติผู้เข้าร่วมขอใบอนุญาตจากโครงการรับซื้อไฟฟ้า
โซลาร์ฟาร์มส่วนราชการและสหกรณ์แล้ว 3 โครงการ รวมทั้งสิ้น 15 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาเพิ่มเติมอีก 6 โครงการ รวมกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงการเพื่อให้ทันต่อกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าระบบ (SCOD) ภายในเดือน ก.ย. 2559
ทั้งนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือกอื่นๆ เพิ่มเติมคิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 13 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น การซื้อหุ้นในบริษัท อรัญ เพาเวอร์ ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากน้ำเสีย ซึ่งมีกำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ ที่ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าระบบเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือน มี.ค. 2557







