posttoday
ประมูล4จียิ่งเดือด โมบาย-ออนไลน์ยิ่งแข่งดุ

ประมูล4จียิ่งเดือด โมบาย-ออนไลน์ยิ่งแข่งดุ

18 ธันวาคม 2558

เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศก็ว่าได้ สำหรับการประมูลคลื่น 900 MHz 2 ใบอนุญาต ใบละ 10 MHz สัญญา 15 ปี ที่ยอดประมูลทะลุกว่าแสนล้านบาท

เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศก็ว่าได้ สำหรับการประมูลคลื่น 900 MHz 2 ใบอนุญาต ใบละ 10 MHz สัญญา 15 ปี ที่ยอดประมูลทะลุกว่าแสนล้านบาท

มากกว่าคลื่น 1800 MHz 2 ใบ ใบละ 15 MHz อายุสัญญา 18 ปี ที่ยอดประมูลได้แค่กว่า 8 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปให้บริการ 4จี รองรับการใช้งานข้อมูลหรือดาต้าผ่านสมาร์ทโฟน รวมทั้งใช้งานออนไลน์เพิ่ม อีกทั้งยังเป็นการผลักดันนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีให้เป็นรูปธรรมชัดขึ้น

หากมองย้อนกลับไปเมื่อครั้งประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz ไปให้บริการ 3จี ที่แบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต ใบละ 15 MHz ซึ่งทั้ง 3 ผู้ให้บริการหรือโอเปอเรเตอร์ ได้รับใบอนุญาตกันไปรายละใบ และจบเงินประมูลแค่ 41,625 ล้านบาท ผ่านมา 3 ปี การใช้งานโมบายและออนไลน์ของคนไทย เรียกได้ว่าเพิ่มเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ภาคเอกชนเร่งให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดการประมูลคลื่นใหม่ เพื่อนำมาพัฒนาเป็น 4จี อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม จากการประมูลคลื่น 4จี ที่เสนอราคาสูงทะลุกว่าแสนล้านบาท เกินความคาดหมายมาก แม้หลายฝ่ายจะมองว่าเป็นแค่การขาดทุนกำไร เห็นได้จากโอเปอเรเตอร์บางรายในยุคสัมปทานต้องจ่ายค่าสัมปทาน 25-30% หรือเฉลี่ยถึงเดือนละ 2,000 ล้านบาท ยังสามารถทำกำไรได้ การประมูลใบอนุญาตรวม 2 ใบกว่าแสนล้านบาท เมื่อหารออกมาเฉลี่ยเดือนละแค่กว่า 300 ล้านบาท ส่วนนี้จึงยังมีกำไรได้อีกมาก แต่เพื่อให้กำไรของโอเปอเรเตอร์ไม่ลดลงมาก คาดแต่ละรายคงจะมีเนื้อหาหรือคอนเทนต์ดี ข้อมูลแปลกใหม่ บริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มากระตุ้น การใช้ 4จี มากขึ้น เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีฟราสตรัคเจอร์ กล่าวว่า หากการประมูลครั้งนี้ได้ผู้เล่นรายใหม่ คือ จัสมิน เข้ามาเพิ่มจาก 3 รายเดิม จะยิ่งทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวลุ้นอยากให้จัสมินได้ใบอนุญาตสักใบ และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ด้วยความเป็นนักการตลาด ย่อมอยากเห็นสีสันใหม่ๆ และเชื่อว่าจะเป็นโอกาสของประชาชนที่จะมีทางเลือกในการใช้งานออนไลน์ที่ดีมากขึ้น

“หากมองย้อนกลับไปในยุคบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตภายในบ้าน ยุคแรกๆ ราคาค่าบริการค่อนข้างสูงและความเร็วในการรับส่งข้อมูลก็เรียกได้ว่า 64 kbps เท่านั้น แต่เมื่อเกิดการแข่งขัน จัสมินใช้กลยุทธ์หักดิบราคาค่าแพ็กเกจลง ทำให้ทุกค่ายต้องลดราคาตามลงมา เพื่อไม่ให้เสียฐานลูกค้าในมือ ปัจจุบันเราจึงได้ใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านที่ความเร็วไม่น้อยกว่า 10 Mbps ในราคาเพียง 599 บาท ซึ่งถ้าจัสมินเข้ามาจับตลาดโมบายอินเทอร์เน็ตบ้าง คาดว่าราคาแพ็กเกจที่ใช้งานกันจะลดลงแบบหักดิบไม่แพ้กันอย่างแน่นอน”ภาวุธ กล่าว

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า การแข่งขันเปลี่ยนไปแน่ เพราะการประมูลคลื่น 1800 กับ 900 MHz ผู้ชนะประมูลสามารถนำไปให้บริการ 4จี หรือ 5จี ก็ได้ ในช่วง 15-18 ปีของใบอนุญาต เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป เช่นขณะนี้บริษัทมือถือได้ให้บริการอี-เพย์เมนต์ นำเงินมาเติมในมือถือ แล้วสามารถไปจ่ายเป็นค่าซื้อสินค้า หรือค่าโดยสารรถไฟฟ้า ตามที่ตกลงกับร้านค้า กับผู้ให้บริการรถไฟฟ้า (ต่อไปตู้เอทีเอ็มจะทยอยปิดไปเรื่อยๆ) ซึ่งมือถือต่อไปอาจจะกลายเป็นธนาคารขอกู้เงินโอนเงิน

การให้บริการทีวีออนโมบาย ที่ให้บริการดูถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา เช่น ฟุตบอล ชกมวย ซึ่งส่วนนี้จะต้องมีการวางกรอบเพื่อไม่ให้กระทบกับทีวีดิจิทัลที่เสียเงินประมูลไปจำนวนมาก เพราะรายการที่ถ่ายยิงตรงเข้ามือถือไม่ต้องผ่านช่องสถานี ทำให้เจ้าของสถานีไม่ได้รายได้อะไร นอกจากนี้ยังสามารถนำคลื่นนี้ไปให้บริการใช้มือถือสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน เช่น เปิด-ปิดไฟฟ้า เครื่องอากาศ รวมไปถึงสั่งสตาร์ทรถ ดังนั้นหลังประมูลคลื่นเสร็จ คงต้องมีการประชุมใหญ่ เพื่อกำหนดว่าบริการไหนทำได้ทำไม่ได้ ทำได้แค่ไหน

ศรีดาราน อรูมูแกม รองประธาน บริษัท ไอเอฟเอส ภูมิภาคอาเซียน ให้ความเห็นว่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีการใช้งาน 4จี กันไปแล้ว และมีการเติบโตจากการใช้งานเทคโนโลยีมากขึ้น โดยไทยถือว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตด้านการใช้งานโมบายและโซเชียลมีเดีย ทำให้ภาคธุรกิจต้องลงทุนไอทีเพื่อโอกาสในอนาคต ซึ่งการเปิดเออีซีก็เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เข้าประเทศผ่านเครื่องมือไอทีต่างๆ ได้

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัยผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าทีมวิจัยลูกค้าส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า การแข่งขันประมูลคลื่นความถี่ทั้งสองใบอนุญาตนั้น มีความดุเดือดไม่แพ้กัน เพราะแต่ละค่ายก็ต้องการที่จะคว้าใบอนุญาตไว้ในมือให้อุ่นใจ เพื่อสานต่อธุรกิจด้านโครงข่ายต่อไป เพราะเทรนด์ออนไลน์และโมบายมาแรง ความต้องการใช้งานสัญญาณที่ดีของลูกค้าก็ควรจะมีมากขึ้น ดังนั้นทุกค่ายย่อมต้องการที่จะลดต้นทุนเพื่อนำไปเพิ่มในส่วนของเทคโนโลยี

“หากมองภาพรวมแล้วคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรเอไอเอสก็ต้องการทั้งสองใบอนุญาต คือทั้งคลื่นความถี่ 900 และ 1800 MHz เพราะตอนนี้คลื่น 2100 ที่มีในมือไม่เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้าจำนวนมากที่สุดในประเทศอีกต่อไปแล้ว หากจะต้องรองรับการใช้งานพร้อมทั้งรักษาฐานลูกค้าให้ได้นั้น ต้องเคาะจนได้ทั้งสองใบมาครองและยิ่งต้องเร่งลงทุนเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อรับกระแสเทรนด์ออนไลน์ที่โตอย่างรวดเร็ว และตอนนี้เอไอเอสก็มีความพร้อมในเรื่องของคอนเทนต์ แอพพลิเคชั่นและดีไวซ์ ที่เตรียมไว้หมดแล้ว” พิพัฒน์ กล่าว

ภาพรวมทั้งหมดจึงเห็นได้ว่า เมื่อโอเปอเรเตอร์กล้าทุ่มเงินประมูลใบอนุญาตมากเท่าไร โมเดลการหาเงินก็คงต้องสู้กันแรงมากไม่แพ้กัน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่