
ถล่มขายหุ้นไทยออยล์
นักลงทุนพร้อมใจขายหุ้นบริษัทไทยอออล์ หลังคาดผลดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้ลดลง
นักลงทุนพร้อมใจขายหุ้นบริษัทไทยอออล์ หลังคาดผลดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้ลดลง
เช้าวันนี้ นักลงทุนพร้อมใจกันขายหุ้นบริษัทไทยอออล์(TOP) ออกมาอย่างหนัก จนทำให้ราคาหุ้นอ่อนตัวลง 0.75 บาท ซื้อขายบริเวณ40.50 บาท หลังจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปีนี้ลงและให้คำแนะนำ"ขาย"หรือ" ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว" เนื่องจากคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้จะลดลงมาก เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ทั้งอะโรเมติกส์ พาราไซลีน และเบนซีนที่ลดลงแล้วยังขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) คาดบริษัทไทยออยล์จะมีกำไรสุทธิจำนวน 1,039 ล้านบาท ลดลง48% จากไตรมาสแรก และปรับตัวลง 83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3 คาดว่าผลกำไรของธุรกิจโรงกลั่นจะดีขึ้นในขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์ยังคงอ่อนตัว จึงปรับลดประมาณการผลกำไรทั้งปีนี้ลง 27% เป็น7,855 ล้านบาท และราคาเป้าหมายลงเป็น 44 บาท แนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
นักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส แนะนำถือ ให้มูลค่าเท่ากับ 50.01 บาท หลังคาดกำไรไตรมาส 2 ลดลง 45.1%จากไตรมาสแรกเหลือเท่ากับ 1,100 ล้านบาท เพราะขาดทุนสต๊อกน้ำมัน และอะโรเมติกส์ จึงคาดว่ากำไรสุทธิงวด 6เดือนแรกจะเท่ากับ 3,100
ล้านบาท ลดลงถึง 63.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 26.7% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2553 ที่คาดไว้เดิม ฝ่ายวิจัยได้ทำการปรับลดประมาณการกำไรปี 2553 ลง 23.2% จากประมาณการเดิม
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป(ประเทศไทย)แนะนำให้"ซื้อ" ราคาพื้นฐานปี 2554 เท่ากับ 50.50 บาท แม้คาดว่าไตรมาส 2 จะมีกำไรสุทธิ เพียง 1,109 ล้านบาท ลดลง 82.1%เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และลดลง 44.7%จากไตรมาสแรกปีนี้ก็ตาม แต่คาดว่าแนวโน้มในครึ่งหลังของปี โรงกลั่นดีขึ้น แต่อะโรเมติกส์ยังไม่ฟื้นตัว จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี ลดลง 36% เป็น 7,348 ล้านบาท
ขณะที่หุ้น PTTAR (บริษัทปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น)ที่ถูกขายมาอย่างต่อเนื่อง เช้าวันนี้ เริ่มยืนอยู่ได้ กลับมาบวก 0.20 บาท ซื้อขายที่ 22.30 บาท เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องบริษัทจะประสบปัญหาขาดทุนมากถึงพันล้านบาทในไตรมาสที่2 รวมถึงการควบรวมกิจการกับไออาร์พีซี(IRPC) ล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิม







