
ทำคู่ขนาน
การจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนเพื่อช่วยรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ นับเป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่รัฐบาลพยายามโน้มน้าว
การจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนเพื่อช่วยรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ นับเป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่รัฐบาลพยายามโน้มน้าว หลังจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวอื่น การใช้จ่ายภาครัฐ ในโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ยังไม่คืบหน้ามาก การบริโภคในประเทศยังติดภาระหนี้ต่อครัวเรือนสูง และเครื่องยนต์ตัวใหญ่การส่งออก อาจยังเพิ่มขึ้นได้ไม่มาก เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวดี
ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามเพิ่มแรงจูงใจต่างๆ ให้เอกชนลงทุน เช่น มาตรการเร่งให้เอกชนที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอแล้ว เร่งลงทุนให้เร็วขึ้น โดยหากโครงการที่ได้บีโอไอรายใดร่นเวลาลงทุนให้เร็วขึ้น จะได้สิทธิทางภาษี และอื่นๆ เพิ่มเติมจากที่ได้รับจากบีโอไอ
นอกจากนั้น ยังได้เชิญนักธุรกิจรายใหญ่ของประเทศ 24 ราย เข้าหารือความร่วมมือรัฐกับเอกชน เพื่อให้เอกชนมาเป็นตัวนำในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยการหารือล่าสุด มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 10 คณะ คือ 1.การพัฒนาการผลิตที่ใช้นวัตกรรม 2.การสร้างรายได้ของประเทศ 3.การพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ 4.การศึกษาและการฝึกงาน 5.การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ 6.การส่งเสริมการท่องเที่ยว 7.การส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนต่างประเทศ 8.การพัฒนาอุตสาหกรรม New S Curve และการพัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรม 9.การปรับแก้กฎหมายและระเบียบ และ 10.การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่
สำหรับโครงสร้างของคณะกรรมการแต่ละชุดจะมีประมาณ 10 คน มีตัวแทนภาครัฐแค่ 3 คน ที่เหลือเป็นเอกชน ให้เอกชนเป็นประธานคณะกรรมการร่วมกับตัวแทนรัฐบาลระดับรัฐมนตรี เพื่อให้การขับเคลื่อนเร็วรอบด้าน
จากรูปแบบดังกล่าว มองเผินๆ เป็นเรื่องที่น่าจะดี ที่จะลองให้เอกชนมาร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกแรง เหมือนผู้นำบางประเทศเคยบอกว่า รัฐควรทำตัวให้เล็ก ให้เงินไปอยู่ในมือเอกชนเป็นหลัก แล้วเอกชนจะรู้เองว่าจะต้องนำเงินไปลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างไร เมื่อเกิดประสิทธิภาพ เอกชนเติบโต เศรษฐกิจก็จะโตตาม
อย่างไรก็ตาม จากที่รัฐบาลให้แรงจูงใจที่มากไปเฉพาะบางกลุ่มทุน โดยเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ เพื่อหวังว่าเติบโตแล้ว จะมาช่วยจ้างงาน จ้างผลิต ทำให้ธุรกิจรายกลางรายเล็กฟื้นตัวตามไปด้วย เช่นความคิดในอดีต สิ่งนี้อาจไม่ทันเวลา เพราะกว่าการฟื้นตัวจะมาถึง ผู้ประกอบการรายกลางรายเล็ก ซึ่งเงินทุนน้อยกว่า โดนกระทบเป็นรายแรกๆ มานานกว่า กลุ่มรายกลางรายเล็กอาจจะไม่อยู่ให้รอผลจากรายใหญ่ส่งผ่านมาให้
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐบาลเดินหน้าช่วยผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลางรายเล็กเป็นไปอย่างคู่ขนาน ไม่ควรช่วยรายใหญ่ก่อนแล้วหวังผลจะมาถึงรายกลางรายย่อย







