
สร้างความสุขง่ายๆด้วยHappy8 (ตอนที่1)
....ริด้า ทัพภมาน
เมื่อ 2
–3 เดือนที่ผ่านมา ทุกท่านคงได้ยินข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับโรงงานฟอกซ์คอนน์ที่ทุกคนต่างให้ความสนใจถึงความเป็นอยู่ของพนักงานภายในโรงงาน และอดไม่ได้ที่จะกลับมานึกถึงตัวเองว่าประสบปัญญาเช่นเดียวกันหรือไม่หากเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานบริษัท คงเกิดคำถามขึ้นในใจว่า หากทำงานในองค์กรที่ไม่ดูแลเอาใจใส่พนักงาน หรือให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นอันดับท้ายๆ เราจะทำงานและอยู่ในองค์กรนั้นๆ ได้หรือไม่ หรือหากเราเป็นเจ้าของกิจการและมีพนักงานที่เราต้องดูแล เราจะสามารถทำให้พนักงานเหล่านั้นทำงานกับเราอย่างมีความสุขได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ
Happy 8 การสร้างความสุขในชีวิตการทำงาน เป็นหนึ่งในโครงการที่สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และแผนงานสุขภาวะองค์กรภาคเอกชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกันดำเนินงาน โดยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ ทักษะในการทำงานและความสุขในการใช้ชีวิตของพนักงาน อันเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมภายในองค์กร (Inner CSR)
โดยเห็นว่าแนวทางในการพัฒนาพนักงานขององค์กรที่สำคัญ คือ การสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตของพนักงานและครอบครัวด้วยหลักการของ Happy 8 ความสุขทั้งแปด อันประกอบด้วย
Happy Body (สุขภาพดี) มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและจิตใจ เพราะมีความเชื่อว่าถ้ามนุษย์มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็จะมีจิตใจที่ดี พร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่จะเข้ามาได้เป็นอย่างดี ในหลายๆ องค์กรได้จัดให้มีสวัสดิการในการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงาน หรือจัดให้มีห้องออกกำลังกาย หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมให้รักสุขภาพ
Happy Heart (น้ำใจงาม) มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกันและกัน เนื่องจากมีความเชื่อว่าความสุขที่แท้จริงคือการเป็นผู้ให้ โดยการสร้างทัศนคติที่ดีภายในที่ทำงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นแบบพี่แบบน้อง ทำให้บรรยากาศการทำงานน่าอยู่ พร้อมสนุกกับงานที่ท้าทาย
Happy Relax (ผ่อนคลาย) รู้จักผ่อนคลายต่อสิ่งต่างๆ ในการดำเนินชีวิต เพราะเชื่อว่าการที่คนทำงานหากไม่รู้จักสรรหาการผ่อนคลายให้กับตนเอง จะทำให้ร่างกายและจิตใจเกิดความเครียด อันส่งผลกระทบต่อหน้าที่การทำงาน เช่น ผู้บริหารอาจอนุญาตให้พนักงานสามารถเปิดเพลงฟังระหว่างการทำงานได้ เป็นต้น
Happy Soul (ทางสงบ) มีความศรัทธาในศาสนาและมีศีลธรรมในการดำเนินชีวิตเพราะเชื่อว่าหลักธรรมคำสอนของศาสนา เป็นสิ่งที่จะช่วยการดำเนินชีวิตของทุกคนให้ดำเนินไปในเส้นทางที่ดีได้ ทำให้ทุกคนมีสติ มีสมาธิในการทำงาน สามารถรับมือกับปัญหาที่เข้ามาได้ ยึดหลักสนับสนุนให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี และมีความศรัทธาในคุณงามความดีทั้งปวง
และนี้เป็นเพียงครึ่งทางของความสุขทั้งแปด เราไม่ว่าในฐานะเจ้าของธุรกิจหรือพนักงานกินเงินเดือน ลองพิจารณากันเล่นๆ ว่า เรามี 4 ความสุขที่ว่ามานี้กันครบหรือไม่ ถ้าครบแสดงว่าเรามีความสุขไปถึง 50% แล้ว หรือถ้ายังไม่ครบ สัปดาห์หน้าเราลองมาพิจารณากันต่อว่าอีก 4 ความสุขที่เหลือนั้น จะทำให้เรามีความสุขมากกว่า 80% หรือไม่ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงจะได้รับความสุขกันไปแบบ 100% เต็ม







