
'งาน' มันไม่ใช่แค่สิ่งที่เราต้องทำนะ
“งาน” พูดปั๊บ เครียด เพราะคนส่วนใหญ่มองงานเป็น “กรรม” ใช่ไหม!!
“งาน” พูดปั๊บ เครียด เพราะคนส่วนใหญ่มองงานเป็น “กรรม” ใช่ไหม!!
อ้าว!! แล้วงานไม่ใช่กรรมหรอกหรือ เห็นพองานวางกองตรงหน้า เราก็ต่างเอามือกุมขมับแล้วพูดในใจว่า “กรรมแล้วกรู งานเข้าอีกละ”
แต่เวลาเราได้ไปพักผ่อน วันหยุด มันแสนจะสบาย ยิ่งเวลาเราใช้เงินซื้อของแพงๆ ขอบอกเลย มันสะใจมาก มันเหมือน Alive!! คือ จ่ายเงินปั๊บ เลือดสูบฉีด แล้วบอกเลย มันเท่มากๆ คือ เห็นสายตาคนอื่นมองฉันแล้วแบบว่า “พูดเลย มันเลิศมากๆๆ”
แต่เดี๋ยวก่อน คุณว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกเขานิยามคำว่า “งาน” ในแบบที่เรามองไหม จริงๆ ไม่นะ คนที่เป็น Top 10% ของทุกสาขาอาชีพ พวกที่เป็นต้นแบบของคนในสายอาชีพต่างๆ เขาไม่ได้คิดเหมือนคนส่วนใหญ่เกี่ยวกับงานนะ
จะบอกว่าคนเหล่านี้เขามอง “งาน” ตรงข้ามกับคนส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ ก็นั่นแหละ มันทำให้เขาได้ผลลัพธ์ในชีวิตที่มาจาก “งาน” ของเขา แตกต่างจากพวกเราไง
ผมเคยเขียนหนังสือเล่มนึงที่เกี่ยวกับ “Work” งาน : “สร้างล้านแรกต้องแหกกฎ” คือ ค้นหานิยามจริงๆ ของ “งาน” ร่วมกับ ดร.ต้อง (ผู้เชี่ยวชาญการค้นหาศักยภาพของมนุษย์) การเขียนหนังสือเล่มนี้บอกตรงๆ มันส์มาก มันตีลังกา สิ่งที่ผมเคยคิดเกี่ยวกับ “งาน” -- เราแกะนิยามของงานในมุมที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้มอง และไม่เคยมอง ผมเรียกมันว่า Untap Opportunity of Work ละกัน
ซึ่ง “งาน” มันกินเวลาส่วนใหญ่ของคนยุคนี้ แถมมันเครียด ไม่มีความสุข -- ทั้งหมดนี้คือ นิยามที่เรามองงาน
ผมเชื่อว่าทุกคนมี IDOL คุณรู้ไหมว่า IDOL ของเราทุกคน ในทุกสาขาอาชีพ เขามองนิยามของงานตรงข้ามเราเลย
1.งานที่เขาทำ เขาไม่คิดเกษียณจากงานนั้นเลย (แปลว่า หลังอายุ 60 IDOL ของเราก็ยังทำงานนั้นต่อไป) แต่เราตรงข้าม เราอยากรีบๆ รวย จะได้เลิกทำงานที่เราต้องทนทำเสียที!!
2.เขาให้คุณค่ากับการทำงานมากกว่าการพักผ่อน เพราะ “เขาสนุกกับงาน” แต่เราตรงข้าม เราทำงานแบบให้เสร็จๆ เพื่อจะได้ไปเตรียมการท่องเที่ยว พักผ่อน!!
3.เขาไม่ค่อยเสียเวลามาโชว์ชีวิตไฮโซ หรือโชว์ว่าเขาใช้เงินไร้สาระเพียงไหน ไม่มานั่งอวดรวย แต่เขาชอบโชว์ผลงานของเขา ชอบโชว์ความคิด ชอบโชว์งานที่เขาทำ แต่เราตรงข้าม เราไม่อยากให้คนอื่นรู้หรอกว่าเราทำอะไร เราแค่อยากโชว์ว่าเราใช้เงินเก่งขนาดไหนให้คนอื่นมองเห็นตัวเราบ้างผ่านสิ่งที่เราจ่ายเงินซื้อมา (โอววว!!)
4.เขามีพัฒนาการเติบโตไปเรื่อยๆ พร้อมงานที่เขาทำ เพราะเขามี Passion มีความรักในงานของเขา จึงเติบโตไม่หยุดยั้ง แต่เราแสนจะเบื่องานของเรา แต่ไม่กล้าที่จะเปลี่ยน และก็ไม่เคยคิดว่าจะเปลี่ยนยังไง สุดท้ายเราก็ทนทำงานที่ไม่ชอบไปเรื่อยๆ นั่นแหละ
ใช่!! ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอาชีพไหน ถ้าคุณอยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น ลองเปลี่ยนความคิดในเรื่อง “งาน” ให้คิดแบบ IDOL ของคุณนั่นแหละ แล้วชีวิตคุณจะมีความสุขและสำเร็จมากขึ้น
แค่เปลี่ยนมุมมองเรื่อง “งาน” ใหม่ ทั้งชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว
ผมลองแล้วมัน Work จริงๆ ผมสนุกกับ “งาน” มากขึ้น ผมจมตัวเองอยู่กับสิ่งที่ผมทำเพื่อสร้างผลงานบางอย่างที่ผมมีความสุข และสุดท้ายคนอื่นก็เริ่มเห็นคุณค่าตัวเราจากสิ่งที่เราทำ สนุกครับ
ลองดูสิครับ!!







