
ไอเอ็มซีคาดตลาดไอทีปี’59 4จีหนุนโตกว่าแสนล้าน
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ไอเอ็มซีเผยผลการสำรวจตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งและบิ๊กดาต้าของปี 2559 ในประเทศไทยไว้ว่า หลังมีการใช้งาน 4จี ภาคธุรกิจทุกขนาดมีแนวโน้มการลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้นแตะแสนล้านบาท โดยเฉพาะความตื่นตัวในเรื่องของคลาวด์เพื่อลดต้นทุนในการทำงาน
ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี กล่าวว่า การลงทุนด้านคลาวด์สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบไอที เพราะการลงทุนของกลุ่มโทรคมนาคม สถาบันการเงินและค้าปลีก จะเป็นภาพใหญ่ในเรื่องของบิ๊กดาต้าและอี-คอมเมิร์ซ เพื่อแข่งขันให้ทันต่อการซื้อขายและใช้จ่ายของลูกค้าที่เป็นออนไลน์มากขึ้น โดยในปี 2559 การแข่งขันทางธุรกิจจะดุเดือดขึ้นมาก หลังผ่านจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปีไปแล้ว
“ในปี 2558 ที่ทุกฝ่ายดูเหมือนจะลงทุนด้านไอทีมากขึ้น จากนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐ แต่สุดท้ายกลับไม่มีการลงทุนที่ชัดเจน ขณะที่จากการสำรวจภาคธุรกิจทั้งรัฐและเอกชนจำนวน 152 ราย พบว่า ในปี 2559 นี้ภาพรวมการลงทุนด้านไอทีของธุรกิจของแต่ละองค์กรจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% หรือเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 2 หลัก หลังจากชะลอการลงทุนไอทีมา 1-2 ปีแล้ว โดยจะเป็นการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์ เช่น เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์”
ทั้งนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ถือว่าเป็นอีกปัจจัยที่ภาคธุรกิจระดับเอสเอ็มอีต้องเร่งเพิ่มการลงทุน เพราะถ้าไม่นำด้านดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการภายใน จะส่งผลให้ศักยภาพในการซื้อขายลดลง และการซื้อขายระหว่างประเทศจะไม่เกิด ทำให้เกิดผลกระทบอย่างหนัก
ปัจจุบัน ธุรกิจขนาดกลางและย่อมที่พร้อมจะลงทุนด้านไอที จะทำเพียงเปิดเว็บไซต์หรือสร้างแอพพลิเคชั่นไม่พอแล้ว ต้องมองไปถึงการใช้จ่ายออนไลน์อย่างอี-คอมเมิร์ซ การวิเคราะห์พฤติกรรมจากสั่งซื้อสินค้า ไปจนถึงนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการก่อน ซึ่งการลงทุนเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเป็นสิ่งที่ผู้ค้าจากต่างประเทศกำลังเข้ามาตีตลาดการค้าของไทย หากเป็นค้าปลีกก็จะเป็น ลาซาด้า ธุรกิจโรงแรมก็จะเป็น อะโกด้าหรือบุ๊กกิ้งดอทคอม ดังนั้น หากทั้งสองธุรกิจปรับตัวไม่ทันก็เสียโอกาสให้แก่ต่างชาติแน่นอน
“นโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐก็เหมือนจะขาดช่วง คือไม่ค่อยมีการสานต่อนโยบายอย่างเต็มที่ และตอนนี้ปิดปีงบประมาณไปแล้ว ต้องดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะการลงทุนของภาครัฐไม่ใช่แค่ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางเท่านั้น แต่ต้องสานต่อด้านอื่นๆ ด้วย คือไม่ใช่แค่มองเรื่องเอสเอ็มอีนำไอทีไปใช้ แต่ต้องมองเรื่องความพร้อมของ Digital Government, Analytic และดาต้าเซ็นเตอร์ของรัฐให้มีการเข้าถึงได้มากกว่านี้”
ธนชาติ กล่าวต่อว่า แม้ภาคเอกชนจะมีความพร้อมในการลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้น แต่หากภาครัฐชะลอภาพรวมการลงทุน จะกระทบกับผู้ประกอบการดิจิทัลรายย่อยแน่นอน เพราะปี 2558 มีปัจจัยลบจากการส่งออกไม่ดีและ 4จี มาช้าเกินไป แต่ปี 2559 น่าจะเป็นโอกาสที่กระตุ้นการลงทุนดุเดือดขึ้น ขณะที่ผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อสู้เทรนด์คลาวด์จากผู้ให้บริการต่างประเทศให้ได้
หากปี 2559 มีสมาร์ทโฟนในตลาดกว่า 40 ล้านเครื่อง ย่อมเกิดอานิสงส์กับสินค้าในกลุ่มอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์และแวร์เอเบิลดีไวซ์แน่นอน เพราะอุปกรณ์เชื่อมต่อไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟนอีกต่อไป







