posttoday
โนเกีย มั่นใจโอกาสเพิ่ม หลังจบประมูล 4จี

โนเกีย มั่นใจโอกาสเพิ่ม หลังจบประมูล 4จี

30 พฤศจิกายน 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การประมูลคลื่น 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับใช้ในการทำคลื่น 4จี นั้น นอกจากเรื่องของตัวคลื่นที่ต้องใช้ในการสื่อสารก็ยังต้องมีขั้นตอนในการเตรียมงาน เพื่อให้คุณภาพของคลื่นที่ส่งออกมานั้นใช้งานได้อย่างเต็มที่ จึงเชื่อว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นและเป็นโอกาสที่โนเกียจะเข้าไปนำเสนอสินค้าแก่ทุกค่ายเพิ่มเติม

ฮาราลด์ ไพรซ์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจเน็ตเวิร์ก ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท โนเกีย เน็ตเวิร์คส์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ควบรวมกิจการกับ “อัลคาเทล-ลูเซ่น” เรียบร้อยแล้ว คาดว่าในไตรมาสแรกของปี 2559 บริษัทจะสามารถให้บริการและจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมได้ครบทุกรูปแบบ ซึ่งจะช่วยรองรับตลาดโมบายรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น นอกจากการให้บริการฟิกซ์บรอดแบนด์

“การควบรวมกันจะช่วยให้บริษัทเป็น 1 ใน 2 ซัพพลายเออร์ด้านเอ็นทูเอ็นด้านโมบายเน็ตเวิร์ก ฟิกซ์เน็ตเวิร์กและไอพีออปติคอลเน็ตเวิร์ก ถือว่าเป็นการขยายโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดฟิกซ์โมบายมากขึ้น ซึ่งการประมูลแม้จะเสร็จสิ้นไปเพียงแค่ครึ่งทาง แต่เชื่อว่าจะส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในปีหน้าจะมีการลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณและซอฟต์แวร์ต่างๆ กว่า 8 แสนล้านบาท”

ทางด้านผู้เล่นในตลาดที่ให้บริการที่คล้ายกันนอกจากโนเกียแล้ว ยังมี อีริคสัน หัวเว่ย และแซดทีอี ที่พร้อมทำตลาดกันอย่างเต็มสูบหลังประมูลเสร็จสิ้น เพื่อประกาศความเป็นเจ้าตลาด เพราะแต่ละรายต่างก็ลงทุนเพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากที่สุด

“โนเกียมั่นใจว่าสินค้าและคุณภาพของแบรนด์ยังคงตอบโจทย์ตลาดโอเปอเรเตอร์ได้เป็นอย่างดี และคุ้มค่าการลงทุน เพราะการลงทุนโครงข่าย 4จี หากเป็นเรื่องเสาสัญญาณมองว่าทุกค่ายค่อนข้างมีความพร้อมอยู่แล้ว แต่จะเพิ่มเติมในส่วนของสัญญาณเรดิโอ ซอฟต์แวร์ดีไฟน์เน็ตเวิร์กและซอฟต์แวร์ดีไฟน์เรดิโอ ที่ติดตั้งในเสาสัญญาณเป็นการเพิ่มออปชั่นจากการส่งสัญญาณ 3จี มาเป็น 4จี ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนคลื่นความถี่”

แดเนียล มาวซูฟ หัวหน้าฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น บริษัท โนเกีย เน็ตเวิร์คส์ กล่าวว่า บริษัทลงทุนประมาณ 20% ของรายได้สำหรับการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) มาโดยตลอด เพื่อก้าวไปข้างหน้าก่อนที่เทคโนโลยีจะตามมา และได้เริ่มทดสอบด้าน 5จี ไว้ล่วงหน้าเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับอนาคตแล้ว

“บริษัทลงทุนทำการวิจัยมาโดยตลอดกว่า 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้นสองเท่าทุกปี ในขณะที่ทุกองค์กรในอุตสาหกรรมนี้เฉลี่ยการลงทุนอยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้การพัฒนารองรับตลาด 5จี ในอนาคต ซึ่งเรามั่นใจว่าการเป็นเบอร์ 1 ในญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี จะเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในการเลือกสินค้าด้านเน็ตเวิร์กเพื่อใช้งาน สำหรับในไทยเราได้จับมือกับทุกค่าย แต่จะเป็นสินค้าแต่ละกลุ่มที่ต่างกันออกไป”

ทั้งนี้ แดเนียล ได้ให้ข้อแนะนำเพิ่มเติมว่า ในห้องวิจัยระบุให้เห็นว่าคลื่นที่เหมาะจะนำมาใช้ทำ 4จี นั้นจะมีตั้งแต่ 700, 2100, 2300, 2600 เมกะเฮิรตซ์ แต่ที่นิยมในเอเชียจะเป็น 700-1800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งคลื่นความถี่ที่จำเป็นต้องมีมากนั้น เพราะสามารถนำไปรองรับการเกิดขึ้นของแมชีนทูแมชีน (Machine to Machine : M2M) หรืออินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (Internet of Things : IoT) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ในอีก 5 ปีข้างหน้าที่คาดการณ์ว่าจะมีการใช้งาน 5จี แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนถ่ายคลื่นของประเทศไทยจาก 2จี มา 3จี ค่อนข้างใช้เวลานาน ในขณะที่ 3จี มา 4จี นั้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็น แต่ถือว่าเป็นสิ่งดีที่จะรองรับการเติบโตของเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ เพราะการเกิดขึ้นระหว่าง M2M และ IoT จะเร็วขึ้น

“ในเกาหลีกำลังเตรียมใช้งาน 5จี อยู่ เชื่อว่าปี 2018 จะเริ่มมีสิ่งของเหล่านี้ให้ใช้งาน และในปี 2020 ในญี่ปุ่นก็จะเริ่มมีการวางขายอย่างแพร่หลายขึ้น ส่วนไทยนั้นคาดว่าจะเริ่มหลังจากนั้นอีก 2-3 ปี แต่ต้องแยกความเข้าใจก่อนว่า คลื่นที่ใช้ในสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีนี้จะไม่รบกวนการใช้งานอินเทอร์เน็ต เพราะเป็นคนละส่วนกัน” แดเนียล กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่