posttoday
อสังหาฯ โค้งสุดท้าย

อสังหาฯ โค้งสุดท้าย

27 พฤศจิกายน 2558

ปลายปี 2558 ของยุครัฐบาล คสช.มีเหตุการณ์หลายอย่างกระทบทั้งประเทศ คือ “รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน” ต้องรอการเลือกตั้งและรัฐบาลมาบริหารประเทศชุดใหม่ต่อไป

ปลายปี 2558 ของยุครัฐบาล คสช.มีเหตุการณ์หลายอย่างกระทบทั้งประเทศ คือ “รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน” ต้องรอการเลือกตั้งและรัฐบาลมาบริหารประเทศชุดใหม่ต่อไป

“ความสงบ” ในบ้านเมือง “ดีพอใช้” เหลือง-แดง เริ่มสลายตัวลง แต่ก็ยังมีกลุ่มใต้น้ำ นักการเมืองรออำนาจแฝงอยู่ บอมบ์ในประเทศก็น่าตกใจ และน่าตกใจยิ่งขึ้นก็คือ Terrorist ที่ Paris กับกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงแตกออกสู่ประเทศอื่นๆ หนีการกวาดล้างมาในสภาพผู้ลี้ภัยและนักท่องเที่ยว (ประเทศไทยนักท่องเที่ยวเพิ่มสูง น่ากลัวมาก ตัวเลขสถิติเบื้องต้น 0.01% ของนักท่องเที่ยวจะเป็นอาชญากร จริงหรือไม่ก็ต้องระวังไว้)

ปากท้องประชาชนและเศรษฐกิจในประเทศดีพอใช้ “GDP บวก-ลบ 2.5% ในยุคนี้น่าจะพอใจ” เพราะเครื่องจักรเศรษฐกิจเกือบทุกตัวประสิทธิภาพด้อยลง เริ่มด้วยส่งออก การลงทุนเอกชน การบริโภคของประชาชน (แม้จะมีพอกินพอใช้ แต่ไม่มั่นใจในความสงบก็จะไม่บริโภคและลงทุน) จะเหลือตัวสุดท้ายก็คือ “การลงทุนภาครัฐ” ซึ่งรัฐบาลชุด คสช.ก็รู้ดี และเร่งลงทุนสุดฝีมือ

ด้านธุรกิจอสังหาฯ ของเราซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ใน GDP คือผลผลิตมวลรวมโดยตรง อสังหาฯ อย่างน้อยก็ 7% ส่วนทางอ้อมอื่นๆ ที่เรียกว่า “Indirect” ของ Multiplier Effect สาขาที่เกี่ยวเนื่องรวมกันอีกอย่างน้อย 1.5 เท่าตัว คือ 18-19%

รัฐบาลออกมาตรการมาช่วยเหลือ นัยว่าจะกระตุ้นอสังหาฯ (ซึ่งอสังหาฯ ปีที่ผ่านมาดีมาก จ่าย Bonus กันถ้วนหน้า) แต่อันที่จริงที่จะได้ก็คือ “การเร่งระบายสต๊อก” ที่ค้างมา 2-3 ปี ร่วมเกือบ 1 แสนยูนิต ด้วยการลด แลก แจก แถม ลดภาษีการโอนจาก 2% และลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลืออย่างละ 0.01% โอนกี่ยูนิต ราคาเท่าไร ไม่อั้น ผลจากการระบายสต๊อกดีพอใช้ คอยดูผลประกอบการยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ปีนี้ให้ดี

ที่น่าห่วง คือการ "ล่วงล้ำไปให้ธนาคารของรัฐ ธอส.และออมสิน" ปล่อยกู้ได้ 40-50% ของรายได้ ซึ่งจะทำให้กลุ่มคนพวกนี้จะมีหนี้เพิ่ม NPL จะหลอกหลอนไปอีกปี 2 ปีข้างหน้า เหมือน Hamburger อเมริกา ความมั่นคงในชีวิตผู้มีรายได้ชั้นกลางจะหร่อยหรอลงอีก หนี้ครัวเรือนที่กลัวกันจะท่วมตัว

การลงทุนสาธารณูปโภคในประเทศ รัฐอาจทำได้หลายวิธี เช่น เปิดให้ต่างชาติมาลงทุน ยกเว้นภาษี และ BOI สัก 10 ปี จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ อยากมาลงทุน โดยผ่อนคลาย พ.ร.บ.ร่วมทุน EIA และระเบียบวิธีการให้สัมปทาน และ Tax ลง หรือจะเร่งสร้างการลงทุนสาธารณูปโภค โดยให้เทศบาลทั้งหลายทำสาธารณูปโภคขนาดย่อม เช่น ประปา ไฟฟ้า ระบายน้ำ ขยะ หรือแม้แต่ Monorail ของตัวเอง เช่น ที่กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต แม้แต่เชียงใหม่ ก็จะเป็นการช่วยเร่งการลงทุนภาครัฐอีกอย่างหนึ่ง มิใช่จะต้องพึ่ง Infra–Mega–ขนาดใหญ่ จากรัฐบาลกลางแต่ประการเดียว โดยให้เทศบาลกู้จากระบบธนาคารโดยตรง เสนอให้ คสช.คิดดูจะชอบไหม ขอให้ประเทศไทยโชคดีในภาวะที่โลกกำลังร้อนรุ่ม

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน