
แบงก์แนะวีซ่า-มาสเตอร์ เตือนฮิลตันป้องข้อมูลลูกค้า
โดย...เสาวรส รณเกียรติ
โดย...เสาวรส รณเกียรติ
กรณี ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ผู้ประกอบการเครือโรงแรมฮิลตัน ที่มีสาขาเกือบ 100 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ตรวจสอบพบว่า ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงแรมถูกแฮ็กเกอร์เจาะเข้ามาฝังมัลแวร์เอาไว้ เพื่อขโมยข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้า โดยเหตุเกิดขึ้นเป็นเวลานาน 17 สัปดาห์ ถือว่าสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นในการใช้บัตรเครดิตของผู้บริโภคไม่น้อย
ทั้งนี้ คำแถลงข่าวของ ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่ถูกแฮ็กข้อมูล มีแต่คำแนะนำว่า ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการที่โรงแรมในเครือฮิลตันทั่วโลกระหว่างวันที่ 18 พ.ย.-5 ธ.ค. 2557 หรือระหว่างวันที่ 21 เม.ย.-27 ก.ค. 2558 ขอให้ตรวจสอบว่ามีความเคลื่อนไหวผิดปกติที่เกิดขึ้นกับบัญชีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของตนหรือไม่
ฮิลตันระบุไว้ในคำประกาศเตือนที่โพสต์ผ่านทางออนไลน์ด้วยว่า มัลแวร์ดังกล่าวที่ใช้ในการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของโรงแรมมีความสามารถในการขโมยข้อมูลตั้งแต่ ชื่อผู้ถือบัตร หมายเลขบัตร รหัสความปลอดภัยและวันหมดอายุของบัตรได้ โดยทางโรงแรมกำลังสอบสวนการถูกเจาะระบบความปลอดภัยครั้งนี้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย และบริษัทบัตรเครดิตหลายแห่ง
ด้าน พงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ในฐานะคณะกรรมการด้านความเสี่ยงของบัตรวีซ่าและบัตรมาสเตอร์การ์ด ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท มาสเตอร์การ์ด ได้แจ้งข้อมูลไปถึงทุกธนาคารที่เกี่ยวข้อง ทำให้ธนาคารรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558
อย่างไรก็ตาม ในฐานะคณะกรรมการความเสี่ยงของบัตรวีซ่าและบัตรมาสเตอร์การ์ด ได้มีการหารือกับทั้งสองบริษัทถึงแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความผิดของลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิต แต่เป็นเรื่องการรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลลูกค้าในระบบคอมพิวเตอร์ของฮิลตัน เวิลด์ไวด์ และการเข้าเจาะระบบคอมพิวเตอร์เพื่อขโมยข้อมูลลูกค้าครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเจาะระบบของโรงแรมต่างๆ ที่เป็นเชนของฮิลตัน แต่เป็นการเจาะเข้าระบบเซิร์ฟเวอร์กลางของฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ที่เก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้าทั่วโลกไว้
“อย่างน้อยวีซ่าและมาสเตอร์การด์ควรมีมาตรการดูแลให้ฮิลตันสร้างระบบดูแลข้อมูลลูกค้าไม่ให้ถูกแฮ็กได้ เพื่อดูแลลูกค้า ซึ่งไม่ใช่เฉพาะฮิลตัน แต่ทุกธุรกิจที่รับบัตรเครดิตวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ดควรมีกระบวนการป้องกันฐานข้อมูลของตนเองด้วย เพื่อไม่ให้กระทบต่อลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิต” พงษ์สิทธิ์ ระบุ
นอกจากนี้ ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ เป็นเครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลของลูกค้า ทางการสหรัฐจึงควรเข้ามาดูแลในจุดนี้ด้วย
พงษ์สิทธิ์ กล่าวว่า แม้เหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรมฮิลตันในสหรัฐและยุโรป ที่กระจายไปทั่วทั้งยุโรปเหนือ ยุโรปตะวันออก และยุโรปกลาง แต่ก็มีลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติที่ใช้บัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารในประเทศไทย เข้าพักในเครือข่ายโรงแรมฮิลตันทั่วโลกด้วย
โดยในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์ ทันทีที่ทราบข่าวก็ได้ดำเนินการตามกระบวนการวิเคราะห์ลูกค้าตามความเสี่ยง และดำเนินการเปลี่ยนบัตรใหม่ให้ทันที ขณะเดียวกัน ธนาคารยังมีระบบติดตาม (Monitor) พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับดูแลลูกค้าบางส่วนที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนบัตรให้ ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายที่ผิดไปจากปกติ เพื่อแก้ไขปัญหาก่อนจะมีความเสียหายเกิดขึ้น
นอกจากนี้ หากลูกค้าถูกขโมยข้อมูลเพื่อไปทำบัตรเครดิตปลอมและมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น และพิสูจน์ได้ว่ามีการปลอมแปลงบัตรเครดิต ธนาคารจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยธนาคารไทยพาณิชย์กำหนดระยะเวลาการตรวจสอบและดูแลความเสียหายภายใน 72 ชั่วโมง







