
สั่งทำอาหารถุงธงฟ้า25บาท
กล่อมร้านค้าช่วยผู้บริโภคลดจ่าย
‘พาณิชย์’ชี้วัตถุดิบเริ่มถูกลงแล้วโพสต์ทูเดย์
— ขอร้านอาหารทำเมนูบรรจุถุงราคาธงฟ้า 25 บาท เพิ่มทางเลือกผู้บริโภค ยุคค่าครองชีพแพงนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนร้องเรียนราคาอาหารปรุงสำเร็จบรรจุถุง เช่น แกงถุง ตามร้านค้าและตลาดสดทั่วไปมีราคาแพงขึ้น บางพื้นที่จำหน่ายถุงละ3540 บาท
กรมได้ประสานไปยังสมาคมภัตตาคาร ตลาดสดธงฟ้า และร้านอาหารมิตรธงฟ้า ขอความร่วมมือผู้ประกอบจัดทำเมนูทางเลือกอาหารบรรจุถุงในราคาไม่เกิน 25 บาท ให้กับประชาชน ตลอดจนขอความร่วมมือร้านข้าวแกงทั่วไป เพิ่มเมนูอาหารธงฟ้าในราคาไม่เกินจานละ 25 บาท ตามแหล่งชุมชนต่างๆ โดยภายในเดือน ก.ค.นี้จะเริ่มก่อน 510 แห่ง เพื่อให้เกิดการแข่งขันทำเมนูราคาประหยัด เพราะปัจจุบันวัตถุดิบสดเพื่อปรุงอาหารราคาเริ่มอ่อนตัวลงมากแล้ว
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จากการออกตรวจสอบภาวะราคาอาหารในฟู้ดส์คอร์ตของห้างเทสโก้ โลตัส สาขาปิ่นเกล้า พบว่า ศูนย์อาหารให้ความร่วมมือจัดทำเมนูอาหารไม่เกิน 25 บาทไว้เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค และค่อนข้างพอใจกับปริมาณของอาหาร เช่น ข้าวราดไข่เจียวก็ใช้ไข่ 2 ฟอง แต่ได้ขอให้ปรับปรุงเรื่องการจัดวางป้ายแนะนำอาหารราคา 25 บาทให้ชัดเจนขึ้น
ขณะที่ปัญหาราคาน้ำดื่มบรรจุขวดใส 700 ซีซี ที่เดิมจำหน่ายในห้างราคา 1015 บาท ทางห้างยืนยันว่าจะทยอยปรับลดให้เหลือเท่ากับราคาแนะนำ 7 บาท รวมถึงราคาจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เกตด้วย
“
หากห้างหรือร้านค้าใดยังคงไม่ปรับลดราคาน้ำดื่มเท่าราคาแนะนำ คือ 500ซีซี ราคา 6 บาท 700 ซีซี ราคา 7 บาท 1,400 ซีซี ราคา 14 บาท หลังจากนี้ระยะหนึ่ง ก็อาจใช้กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์เข้าดูแลเพื่อให้เป็นธรรมกับผู้บริโภค” นางพรทิวา กล่าวด้านสินค้าบริโภคอื่นๆ โดยเฉพาะผักมีราคาลดลงมากแล้ว ตามภาวะอากาศที่เย็นลง ส่วนราคาน้ำตาลทรายบรรจุถุง 1 กก. ที่ขอเพิ่มค่าการตลาด เพื่อให้มีสินค้าวางจำหน่ายภายในห้างให้มากขึ้นนั้น จะต้องขอดูข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างที่กล่าวอ้างหรือไม่
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว.ได้ร่วมกับสถาบันอาหาร ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าไปทำตลาดอุตสาหกรรมอาหารในอินเดียให้มากขึ้น เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง ต้องการสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารสำเร็จรูปมาก ตั้งเป้าหมายขยายมูลค่าส่งออกอาหารไปอินเดียให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปีนี้ จากปีก่อนอยู่ที่ 7,467 ล้านบาท
สินค้าที่น่าจะเป็นดาวรุ่งคือ อาหารแช่แข็ง หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูป ขณะเดียวกันคนอินเดียนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน เริ่มเปิดรับรสชาติอาหารที่แปลกใหม่
นายอมร งามมงคลรัตน์ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า มีแผนที่จะนำเอสเอ็มอีไทย 35 ราย ในกลุ่มอาหาร เดินทางไปอินเดียเพื่อศึกษาตลาดอาหาร และนำมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง เพราะขณะนี้มีร้านอาหารไทยในอินเดียมากถึง 80 แห่ง
นอกจากนี้ อินเดียยังนิยมรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมเครื่องเทศและรสชาติค่อนข้างจัด ประชากรกว่า 50% ก็บริโภคมังสวิรัติ ในขณะที่เทคโนโลยีทางการเกษตรของอินเดียยังไม่ทันสมัย จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยจะเข้าไปบุกตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปได้มาก เพราะสินค้าไทยที่อินเดียสนใจคือ ผลไม้อบแห้ง สับปะรดกระป๋อง ข้าวโพดกระป๋อง ถั่วปรุงรส ขนมไทยสำเร็จรูป
นายจักรกฤษณ์ ดวงพัสตรา ผู้อำนวยการสำนัเอเชีย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า นักลงทุนไทยที่สนใจเข้าไปทำธุรกิจร้านอาหารในอินเดีย จะมีโอกาสมาก เพราะร้านอาหารไทยในอินเดียส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก และเปิดในโรงแรมระดับ 45 ดาว ดังนั้นหากมีการเปิดร้านอาหารไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองสำคัญ เช่น นิวเดลี มุมไบ กัลกัตตา บังคาลอร์ ที่คนมีกำลังซื้อสูงและมีคนต่างชาติมาทำงานมาก ซึ่งอาหารไทยที่คนอินเดียนิยมได้แก่ ผัดไทย แกงเขียวหวาน และต้มยำกุ้ง
**อย่างไรก็ตามปัญหาและอุปสรรคทางการค้าในอินเดย คือ การเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูง แม้ว่าไทยจะมีการตดลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) แล้วก็ตาม แต่ก็มีกฏระเบียบอื่นที่ไม่ใช่ภาษี เช่นระเบียบพิธีการศุลกากรที่มีความยุ่งยาก ระบบสาธาณูปโภคที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรทำให้เกิดปัญหาในการขนถ่าย







